Home | ธุรกิจน่าลงทุน
Love Milk & Daikon (ไดก้อง) 2 แฟรนไชส์ไอเดียเจ๋ง ความเสี่ยงน้อยกำไรกว่า 50%
เขียนโดย Admin เมื่อ 01 กันยายน 2554 เวลา 09:51:13 น. | ผู้เข้าชม 43673 ครั้ง

 

การมีร้าน นมสด & ขนมปัง เป็นของตัวเอง ถือเป็นความฝันของใครหลายคน เพราะมองเห็นโอกาสของการเติบโต เนื่องจากนมสดและขนมปังไม่ใช่เรื่องของเด็ก หรือวัยรุ่นเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่ทั้งหนุ่มสาวออฟฟิศ ไปจนถึงครอบครัว ก็ล้วนแต่ชื่นชอบเมนูนี้ด้วยกันทั้งนั้น ทว่าแม้ นมสด และขนมปัง จะมีฐานลูกค้าอยู่มาก แต่หากลงทุนโดยขาดความรู้ความเข้าใจในธุรกิจอย่างแท้จริง โอกาสที่จะล้มเหลวก่อนประสบความสำเร็จย่อมจะมีมากกว่า

     ทั้งนี้เพราะการทำเครื่องดื่ม หรือเมนูใดๆ ก็ตามล้วนแต่มีเคล็ดลับความอร่อย ที่ต้องค่อยเรียนรู้สั่งสมกันมายาวนานพอสมควร  และที่สำคัญวันนี้ผู้บริโภคให้ความใส่ใจกับเรื่องของอาหารการกินมากขึ้น ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยง และเป็นการย่นระยะทางความสำเร็จ การเลือกลงทุนโดยร่วมกับแบรนด์ดังที่เชี่ยวชาญในธุรกิจอยู่แล้ว จึงน่าจะเป็นการทยอยความเสี่ยง และสร้างความสำเร็จฐานะทางการเงินได้ภายในเวลารวดเร็ว

 

 


     โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ทำธุรกิจนมสดและขนมปัง ที่มีชื่อชั้นอยู่แถวหน้าของไทยในขณะนี้คงต้องยกให้กับ “Love Milk”  สิ่งสำคัญที่ทำให้ Love Milk ประสบความสำเร็จ และขยายแฟรนไชส์ได้มากกว่า  140 แห่ง ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ไม่ใช่เพียงเพราะแค่มีรสชาติที่ดี ถูกปากคนไทยเท่านั้น แต่วิธีการทำตลาดที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการทำร้านในรูปแบบรถตู้โฟล์คสีชมพูสดใส จึงทำให้ทุกสาขาของ Love Milk เต็มไปด้วยลูกค้าที่นั่งดื่มนมสด ชิมขนมปัง พร้อมกับนั่งชิลรับลมธรรมชาติได้อย่างสบายใจ เป็นความรู้สึกผ่อนคลายที่ต่างไปจากการนั่งในร้านสี่เหลี่ยมแคบๆ อย่างที่เป็นมา

 

 


     ทั้งนี้คุณปรีชา มอญปาน หรือคุณนุ เจ้าของแบรนด์ Love Milk ฉายภาพที่มาของแฟรนไชส์ชื่อดังนี้ว่า ก่อนหน้าทำธุรกิจนี้ เป็นนักดนตรี ซึ่งเรื่องของดนตรีกับเครื่องดื่มเป็นของคู่กันอยู่แล้ว จึงเกิดแนวคิดในการเปิดร้านนมสด ขนมปังขึ้นมา โดยตอนแรกเพียงตั้งใจให้มีพื้นที่เล็กให้คนได้เข้ามานั่งดื่มนม พร้อมกับนั่งฟังเพลงไปด้วย ประกอบกับโดยส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบรถตู้โฟล์ค จึงลองนำรถมาทำจุดขายในการเปิดร้านนมสด และขนมปัง Love Milk จนถึงวันนี้ก็กลายเป็นรถตู้โฟล์คสีชมพูก็กลายเป็นจุดขายสำคัญ ที่ทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ Love Milk ได้อย่างขึ้นใจ แต่ก่อนที่จะ Love Milk จะติดตลาดลมบนเหมือนเช่นทุกวันนี้นั้น คุณนุเปิดใจว่า หลายคนที่คิดว่าการทำธุรกิจนมสด ขนมปัง เป็นเรื่องที่ง่ายนั้นคิดผิด เพราะกว่าที่จะตัดสินใจทำแฟรนไชส์ Love Milk  อย่างจริงจัง ก็ใช้เวลาอยู่นานถึง 2 ปี โดยเราค่อยๆ พัฒนาสูตรทั้งนมสด และขนมปังปิ้งมาโดยตลอด จนเป็นที่ถูกใจลูกค้า

 

 

 

     ฉะนั้นหากคุณคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจเปิดร้านนมสด และขนมปังขึ้นมาเอง ก็ต้องเข้าใจว่าต้องใช้เวลานาน และหากเริ่มต้นไม่ดี ไม่ได้มาตรฐานลูกค้าก็จะไม่เดินเข้าร้านคุณเป็นครั้งที่สอง ธุรกิจก็ต้องปิดตัวไป ซึ่งสำหรับแบรนด์ Love Milk   ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่เราใช้เวลาถึง 2 ปี ในการสร้างขึ้นมาจนทุกคนให้การยอมรับ และนี่คือเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะมาเป็นแฟรนไชส์ซี่กับทาง Love Milk เพราะแบรนด์เราได้รับการยอมรับ โอกาสประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจจึงมีสูง
โดยคุณนุย้ำว่า จุดเด่นที่ทำให้ Love Milk แตกต่างไปจากร้านนมทั่วๆไป คือเรื่องของรสชาติที่อร่อย หอม โดยมีสูตรเมนูนมสดแบบเฉพาะ และตัวขนมปังที่นุ่ม ประกอบกับสังขยา และชอกโกแลต สูตรพิเศษ แถมบรรยากาศของร้านยังคลาสสิก และมีตู้โฟล์คสีชมพูที่สะดุดตาดึงดูดลูกค้าทั้งเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงครอบครัวเลยทีเดียว

 

สำหรับผู้ที่สนใจแฟรนไชส์ Love Milk นั้น ก็มีรูปแบบการลงทุนที่หลากหลายเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของนักลงทุนแต่ละราย
1.    เงินลงทุน 55,000 บาท รูปแบบร้านเป็นเคาน์เตอร์เล็ก 1.3 x 1.5 ม. พร้อมอุปกรณ์
2.    เงินลงทุน 75,000 บาท รูปแบบร้านเป็นเคาน์เตอร์กลาง 1.5 x 1.5 ม. พร้อมอุปกรณ์ + โต๊ะ
3.    เงินลงทุน 120,000 บาท รูปแบบร้านเป็นเคาน์เตอร์กลาง 2 x 2.5 ม. พร้อมอุปกรณ์ + โต๊ะ
4.    เงินลงทุน 200,000 บาท รูปแบบร้านเป็นรถโฟล์คขับไม่ได้ พร้อมอุปกรณ์ + โต๊ะ
5.    เงินลงทุน 300,000 บาท รูปแบบร้านเป็นรถโฟล์คขับได้ พร้อมอุปกรณ์ + โต๊ะ

 

 


     ทั้งนี้ทุกรูปแบบแฟรนไชส์ซี่จะได้รับอุปกรณ์ ป้ายต่างๆ สูตรทำเครื่องดื่ม และวัตถุดิบกว่า 40 รายการ  โดยคุณนุ กล่าวว่าทาง Love Milk เปิดกว้างให้อิสระแก่แฟรนไชส์ซี่ในการซื้อวัตถุดิบ ยกเว้น 3 ตัวหลักที่ต้องซื้อกับทาง Love Milk เท่านั้น เพราะเป็นสูตรเฉพาะนั่นคือ ขนมปัง สังขยา และชอกโกแลต ส่วนนมสดนั้นแฟรนไชส์ซี่สามารถซื้อได้ในพื้นที่ที่ตนเองสะดวก แต่กระบวนการผสมเครื่องดื่มสูตรต่างๆ ต้องทำตามสูตรของทางบริษัท เพราะนี่คือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ลูกค้าติดใจ และชื่นชอบ


      ในแง่ของการคืนทุนนั้น คุณนุ เปิดว่าเมื่อหักลบต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ แล้ว แฟรนไชส์ซี่จะได้กำไรอยู่ที่ประมาณ 70%  ดังนั้นหากตั้งขายอยู่ในทำเลดีๆ มีคนมากมาย มีที่จอดรถ โอกาสที่จะคืนทุนเร็วภายใน 1 เดือนก็สามารถเป็นไปได้ และที่ผ่านมาจากการพูดคุยกับแฟรนไชส์ซี่ก็พบว่าส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือนก็คืนทุนแล้ว
 



 “Daikon (ไดก้อง) หัว – ไช –เท้า” แบรนด์น้องใหม่ช่วยเพิ่มรายได้

 

 



     ถึงวันนี้นอกจากคุณนุ จะคอยให้คำปรึกษาช่วยเหลือแฟรนไชส์ซี่ Love Milk ตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจแล้ว ยังพยายามมองช่องทางการเพิ่มรายได้ให้แก่แฟรนไชส์ซี่ไปในตัวโดยที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมมากมาย และนี่คือที่มาของการขยายแฟรนไชส์แบรนด์ใหม่อย่าง “ไดก้อง หัว – ไช –เท้า” อาหารญี่ปุ่นขึ้นชื่อ หาทานยาก แต่ราคาไทยๆ

     โดยคุณนุ เล่าว่า ด้วยอาชีพที่เป็นนักดนตรี ทำให้มีเพื่อนในทุกวงการมากมาย รวมถึงเชฟอาหารญี่ปุ่นในโรงแรมใหญ่ ซึ่งโดยปกติเพื่อนเชฟก็จะมีมาทำอาหารทานกัน จึงเกิดแนวคิดในการทำธุรกิจอาหารญี่ปุ่นใหม่นี้ขึ้นมา โดยมีเพื่อนเชฟช่วยเป็นผู้คิดค้นสูตรต่างๆให้ จนในที่สุดได้ ซูชิ , โคโรเกะ ซึ่งปกติจะหาทานได้เฉพาะตามโรงแรมชื่อดังเท่านั้น และเกี๊ยวซ่า สูตรพิเศษอร่อยระดับ 5 ดาว
พร้อมกล่าวว่าสาเหตุที่เลือกทำอาหารญี่ปุ่นเพราะว่าคนไทยชื่นชอบ และวิธีการทำขั้นตอนต่างๆ ก็ไม่ยุ่งยาก ที่สำคัญลูกค้าแฟรนไชส์ซี่ Love Milk ก็สามารถนำไปขายเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งได้ โดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนร้านแต่อย่างใด เพราะอาหารญี่ปุ่น ไม่ต้องมีครัว โดยทางเราได้ทำ ซูชิ โคโรเกะ และเกี๊ยวซ่า ไว้เรียบร้อย เพียงแค่นำทอดก็ขายได้ทันที
และที่สำคัญเมนูอาหารของไดก้อง หัว – ไช –เท้า ก็สามารถทานควบคู่ไปกับนมสดและขนมปัง Love Milk ได้อย่างสบาย สำหรับผู้ที่สนใจแฟรนไชส์ ไดก้อง หัว ไชเท้า และมีพื้นที่ในการทำครัวได้ ทางเราก็จะสอนสูตรการทำ สเต็ก และข้าวผัดญี่ปุ่นให้เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้อีกด้วย

 

 



ดังนั้นเมื่อสูตร และแนวคิดในการต่อยอดธุรกิจลงตัว จึงลองเปิดร้าน ไดก้อง หัว – ไช –เท้า แห่งแรกที่ทาวน์อินทาวน์  ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาก ตอนนี้จึงเริ่มเปิดรับแฟรนไชส์ซี่แล้ว โดยมีรูปแบบการลงทุนดังนี้คือ
1.    สำหรับแฟรนไชส์ซี่ Love Milk สามารถซื้อแฟรนไชส์ ไดก้อง หัว – ไช –เท้า ได้ในราคาเพียงแค่ 20,000 บาท โดยจะได้รับวัตถุดิบ และอุปกรณ์ครบชุด

2.    สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นลูกค้าแฟรนไชส์ซี่ Love Milk อยู่ก่อน มีรูปแบบการลงทุน 3 แบบ คือ
      2.1    เงินลงทุน 55,000 บาท ได้รับเคาน์เตอร์ขนาด  1.5 ม. พร้อมวัตถุดิบ, อุปกรณ์ และป้ายชื่อร้านครบชุด
      2.2    เงินลงทุน 150,000 บาท  ได้รับรถโฟล์คพร้อมการตกแต่ง และวัตถุดิบ, อุปกรณ์ และป้ายชื่อร้านครบชุด
      2.3    เงินลงทุน 350,000 บาท  ได้รับรถโฟล์คขนาดใหญ่พร้อมการตกแต่ง และวัตถุดิบ, อุปกรณ์ และป้ายชื่อร้านครบชุด

 

 

 



โดยในส่วนวัตถุดิบที่ทุกแฟรนไชส์ซี่จะได้รับคือ ซูซิ, โคโรเกะ และเกี๊ยวซ่า อย่างละ 10 แพ็ค (แพ็คหนึ่งบรรจุ 50 ชิ้น) อุปกรณ์คือ เตาทอด 2 ชุด และ ชุดยูนิฟอร์ม  สำหรับในแง่ของรายได้นั้น ต้นทุนของวัตถุอยู่ที่ราว 4 บาท/ชิ้น ราคาเมนูหน้าร้าน 1 ชุด ( 5 ชิ้น)  39 บาท ฉะนั้นจะได้กำไรกว่า 50%/ชุด ทีเดียว
ดังนั้นธุรกิจ “ไดก้อง หัว – ไช –เท้า” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหาอาชีพเสริม และเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำเงินของแฟรนไชส์ซี่ Love Milk

 

สำหรับผู้ที่สนใจแฟรนไชส์ Love Milk & Daikon : หัว – ไช –เท้า”
ติดต่อได้ที่ คุณปรีดา มอญปาน  (คุณนุ)
ที่อยู่ :  112 ม.11 แขวงประเวศ เขตประเวศ จ.กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์ :  081-6321320 โทรสาร :  02-7211615
อีเมล :  nu.love@hotmail.com, nu90210music@hotmail.com
เว็บไซต์ :  www.thelovemilk.net


 

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด