Home | News (New Product)
เปิดโลกอุตสาหกรรมในวิทยาลัย
เขียนโดย Admin เมื่อ 22 เมษายน 2555 เวลา 21:12:43 น. | ผู้เข้าชม 11689 ครั้ง

 

ROI-ET TECHNICAL COLLEGE (ร้อยเอ็ด เทคนิคคอล คอลเลจ) แบรนด์เนมผลิตภัณฑ์แอร์ หรือเครื่องปรับอากาศ ที่เป็นผลผลิตของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก “โครงการผลิตช่างอุตสาหกรรมรูปแบบการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ที่ได้ยกโรงงานมาไว้ในโรงเรียน”
 
 
 
 
ภาพนักศึกษาสาขาช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม ช่างกลโรงงาน และช่างโลหะการ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่มีการแบ่งแผนกเป็นระบบ ปฏิบัติงานกันอย่างเอาจริงเอาจังกับการประกอบแอร์ ภายในศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยีเฉพาะทางการประกอบเครื่องปรับอากาศ ที่วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด และภาพนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม กำลังทำการผลิตและตรวจเช็กชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศตามมาตรฐานของโรงงานก่อนส่งไปประกอบเป็นแอร์ อีกทั้งแอร์ที่ประกอบสำเร็จแล้วผ่านกระบวนการทดสอบมาตรฐาน จนได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากกระทรวงพลังงาน ก็ยืนยันได้ถึงคุณภาพของสินค้าที่นักศึกษาผลิตขึ้น 
 
การจัดการศึกษาอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคี โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา กับสถานประกอบการหรือภาคเอกชน เพื่อจัดการศึกษาและผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการและการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม เป็นนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มาตั้งแต่ ปี 2533 
 
โดย นายสมใจ เชาว์พานิช ประธานคณะกรรมการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม ย้อนถึงที่มาของการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี รูปแบบความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาเครือข่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับบริษัท เอสเอ็นซี  ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) ให้ฟังว่า เริ่มต้นได้ร่วมกันจัดการเรียนการสอน การฝึกงานเต็มรูปแบบครึ่งหลักสูตรเป็นเวลา 7 เดือนถึง 1 ปี โดยจัดส่งนักศึกษาทั้งระดับ ปวช. ปวส. และครูไปฝึกประสบการณ์จริงในโรงงานเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะด้านเทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในรูปแบบ “โรงเรียนในโรงงาน”
 
และได้ขยายความร่วมมือจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในอีกรูปแบบหนึ่ง คือ “โรงงานในโรงเรียน” โดยนำร่องใน 2 วิทยาลัย ซึ่งบริษัทฯ ได้นำเครื่องจักรที่ทันสมัย อาทิ เครื่องกลึงซีเอ็นซี และเครื่องฉีดพลาสติก มาตั้งที่วิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม เพื่อให้นักศึกษาใช้ทำการผลิตชิ้นส่วน
 
เครื่องปรับอากาศที่ได้มาตรฐาน  และทำการประกอบเครื่องปรับอากาศที่วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ซึ่งนอกจากจะทำให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงในสถานศึกษาแล้ว นักศึกษาและครูยังได้รับเบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติงาน และเมื่อเรียนจบแล้วบริษัทฯก็จะรับนักศึกษาเข้าทำงานทันที
 
“ผมเห็นว่าการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี ทั้ง 2 รูปแบบ คือ โรงเรียน-โรงงาน และโรงงาน-โรงเรียน ถ้าผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งร่วมมือกับสถานประกอบการขนาดใหญ่ได้ ก็จะทำให้สถานศึกษาสามารถปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน เพื่อเคลื่อนไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพให้เป็นจริงได้ และยังสามารถแก้วิกฤติแรงงาน รวมทั้งตั้งรับการเปิดตลาดแรงงานเสรีในอาเซียนได้อีกด้วย” ประธานคณะกรรมการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าว
 
 
 
 
ขณะที่ นายอดุลชัย โคตะวีระ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ย้ำให้เห็นภาพว่า ความร่วมมือจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการทำให้นักศึกษาได้รับการพัฒนา ทั้งด้านทักษะความรู้ การมีวินัยในการฝึกปฏิบัติงาน การจำหน่าย การบริการหลังการขาย และได้หารายได้ระหว่างเรียน ซึ่งนอกจากจะมีการผลิตแอร์ ที่เป็นแบรนด์เนมของวิทยาลัยจำหน่ายเองแล้ว วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ดยังได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ คือ การผลิตเครื่องประหยัดพลังงานของปั๊มน้ำโดยใช้สวิตช์ความดันร่วมกับระบบการอัดอากาศ ซึ่งเป็นผลงานต่อยอดจากไอเดียของ นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้มอบให้วิทยาลัยทำการศึกษาวิธีการประหยัดพลังงานของปั๊มน้ำ และจากการทดลองพบว่าปั๊มน้ำที่มีท่ออัดอากาศขนาด  4 นิ้ว ยาว  4 เมตร แบบท่อคู่
 
เมื่อเปรียบเทียบกับปั๊มน้ำที่ไม่มีท่อปรับอากาศ สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าที่ใช้ปั๊มน้ำในครัวเรือนได้ถึง 282 บาทต่อปี ซึ่งเป็นอีกผลงานหนึ่งที่วิทยาลัยภาคภูมิใจ และกำลังอยู่ระหว่างการขอจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ยืนยันว่า สอศ. จะส่งเสริมให้ทุกวิทยาลัยประสานกับสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาไปฝึกงานในโรงงาน หรือให้โรงงานมาตั้งสายงานการผลิตในวิทยาลัย เพื่อนักศึกษาจะได้ปฏิบัติงานบนมาตรฐานและคุณภาพเหมือนของจริง ส่วนค่าตอบแทนที่นักศึกษาได้รับวันละ 210 บาทจะปรับเป็น 300 บาท หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถานประกอบการ เพราะเราไม่ได้คิดว่าเด็กทำงานเพื่อเป็นผู้ใช้แรงงาน แต่เราเน้นให้เด็กได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง และในอนาคตก็จะมีการปรับปรุงระเบียบของ สอศ. เพื่อให้ครู อาจารย์ ได้ไปอยู่เรียนรู้ประสบการณ์จริงในสถานประกอบการเป็นปี ๆ แล้วกลับมาสอนที่วิทยาลัยได้ด้วย 
มาถึงจุดนี้ ต่อไปในอนาคตคำว่า
 
“เรียนจบแล้วทำงานไม่เป็น” คงใช้ไม่ได้กับนักศึกษาอาชีวะที่ผ่านการเรียนการสอนจากระบบทวิภาคีอย่างแน่นอน.
 
ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์
ที่มา : เดลินิวส์
• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด