Home | News (New Product)
“แปมแปม” ชุดเด็กเกาหลีสไตล์ อิงกระแส เค-ป๊อป สร้างจุดขาย นำชุดประจำชาติแดนกิมจิ ที่เรียกว่า “ฮันบก” มาประยุกต์เป็นชุดนอนเด็ก
เขียนโดย Webmaster เมื่อ 21 มีนาคม 2556 เวลา 10:15:14 น. | ผู้เข้าชม 12146 ครั้ง

ความนิยมวัฒนธรรมเกาหลี จุดไอเดียให้หลายธุรกิจของไทยขอเกาะกระแสนำเทรนด์เค-ป๊อปมาใช้เป็นจุดขาย หนึ่งในนั้น ได้แก่ ชุดเด็ก ยี่ห้อ “แปมแปม” (pam pam) นำชุดประจำชาติแดนกิมจิ ที่เรียกว่า “ฮันบก” มาประยุกต์เป็นชุดนอนเด็ก เข้ากับกระแสนิยมได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกัน สร้างความแตกต่างจากสินค้าในท้องตลาด

เจ้าของไอเดียดังกล่าว คือ ลักขณา ศุภโชคพาณิชย์ วัย 64 ปี อดีตช่างเย็บเสื้อที่ยึดอาชีพนี้มากว่า 30 ปี จนเข้าสู่วัยเกษียณ
โดยเธอเผยว่า ด้วยวัยขนาดนี้ ลูกๆ จึงอยากให้พักผ่อนประกอบกับปัจจุบัน คนทำงานและหนุ่มสาวยุคใหม่นิยมซื้อเสื้อผ้าสำเร็จมากกว่าเสื้อผ้าสั่งตัด เพราะถูกและมีแบบให้เลือกมากกว่า ทำให้ต้องแขวนกรรไกรหยุดอาชีพที่ทำมากว่าครึ่งชีวิตลง

 

ไอเดียเจิดเพราะหลานสาว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ต้องการอยู่บ้านเฉยๆ ให้เหี่ยวเฉาไปวันๆ จึงคิดทำอาชีพเล็กๆ ที่ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ระหว่างที่กำลังมองหาช่องทางอาชีพอยู่นั้น

เป็นเวลาใกล้เคียงกับที่หลานสาว ชื่อ “แปมแปม” เพิ่งลืมตาดูโลก เนื่องจากมีฝีมือช่างอยู่กับตัว จึงมักตัดเย็บเสื้อผ้าให้หลานสาวตัวน้อยได้สวมใส่อยู่เสมอๆ ประกอบกับส่วนตัว เป็นขาประจำละครเกาหลี เวลาเห็นนางเอกละครใส่ชุดประจำชาติเกาหลี หรือที่เรียกกันว่า ชุด “ฮันบก” คิดในใจว่า ลักษณะคล้ายชุดนอน น่าเอามาประยุกต์เป็นชุดนอนของเด็กได้ จึงลองตัดเย็บให้หลานสาวตัวน้อยได้ใส่เล่นๆ

ปรากฏว่า ชุดเด็กสไตล์เกาหลีเวลาใส่ไปไหนมาไหน ใครก็ตามที่พบเห็นต่างชื่นชอบและชื่นชมว่า อินเทรนด์กระแสเค-ป๊อป อีกทั้ง ตัดเย็บประณีต คุณภาพดีกว่าเสื้อผ้าที่ขายตามท้องตลาดทั่วไปเสียอีก ทำให้เกิดความคิดอยากจะทำออกขาย เพื่อให้เด็กวัยใกล้เคียงกับหลานสาวได้ลองสวมใส่บ้าง

 

 

สร้างเอกลักษณ์จากชุดเกาหลีเด็ก
“ตอนที่คิดจะทำขาย ลูกชายป้า แนะนำว่า ถ้าจะคิดทำเสื้อเหมือนที่มีขายทั่วไป ไม่มีทางสู้สินค้าที่มีอยู่แล้วได้เลย เพราะเรามีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งเงินทุน การตลาด อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ฯลฯ ดังนั้นแบบที่จะทำขึ้น ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำแบบใคร

จนมาสะดุดที่ชุดเกาหลี เพราะเข้ากับกระแสนิยม ที่สำคัญตัดเย็บค่อนข้างยาก มีรายละเอียดมาก คนที่คิดจะทำเลียนแบบโดยหวังเรื่องรายได้เป็นหลัก ก็คงไม่ลงมาทำ เพราะไม่คุ้มค่า ดังนั้น จึงตัดเรื่องคู่แข่งออกไปได้” ช่างเสื้อรุ่นเก๋า อธิบาย

 

ทุนเริ่มต้นแค่ 5 พัน ที่เหลือใจล้วนๆ
ลักขณา เล่าต่อว่า ใช้ทุนเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท ส่วนใหญ่หมดไปเป็นค่าวัตถุดิบผ้าและลองผิดลองถูกในการทดลองแบบ โดยวัตถุดิบผ้าจะไปเลือกซื้อด้วยตัวเอง ตามแหล่งขายผ้า เช่น สำเพ็ง เป็นต้น เน้นใช้ผ้าฝ้ายเกรดเอ คุณภาพดี เนื้อเรียบเนียน ไม่เป็นอันตรายต่อผิวของเด็ก

 

ดีไซน์ประยุกต์ใส่ได้จริง
สำหรับการออกแบบได้ประยุกต์ให้ง่ายต่อการสวมใส่ เพราะหากเป็นชุดฮันบกแบบต้นตำรับแท้ๆ ต้องมีอุปกรณ์หลายชิ้น ทั้ง “ชอกอรี” ซึ่งเป็นแจ็กเกตสั้นครึ่งตัวบน “โครึม” เป็นผ้าที่เป็นเส้นยาวๆ สองเส้นผูกไว้ด้านหน้า และ “ชีมา” ซึ่งเป็นกระโปรงที่ยาวตั้งแต่ใต้อกถึงข้อเท้า ดังนั้น เมื่อมาทำเป็นชุดเด็ก ประยุกต์ให้เป็นชุดสำเร็จรูปในตัว อุปกรณ์ต่างๆ ครบถ้วนในชุดเดียวกัน สวมใส่สบายเป็นได้ทั้งชุดนอนและใส่เที่ยว

ขณะที่สัดส่วนใช้ในการตัดชุด นำข้อมูลมาจากค่าเฉลี่ยเด็กไทยวัย 1-6 ขวบ สำรวจโดยกองโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเด็กที่มีวัย ส่วนสูง และน้ำหนักอยู่ในค่าเฉลี่ยมาตรฐานเด็กไทย สามารถใส่ได้ทุกคน เพราะลักษณะชุดค่อนข้างหลวม

“ความตั้งใจแรกจะให้เป็นชุดนอน เพราะลักษณะชุดค่อนข้างหลวม ไม่จำเป็นต้องทำหลายขนาดมากนัก ต่างจากเสื้อผ้าชุดเที่ยวที่จำเป็นต้องทำหลายขนาด ให้เหมาะกับเด็กหลายๆ วัย ซึ่งจะต้องสต๊อกสินค้าจำนวนมาก ต้นทุนสูง ในขณะที่เราคิดจะทำอาชีพเล็กๆ

อย่างไรก็ตาม แม้จะตั้งใจทำเป็นชุดนอน แต่ในความเป็นจริง ลูกค้าที่ซื้อไป มักจะพูดตรงกันว่า มันสวยเกินไปที่จะไปใส่นอน ทุกคนจึงซื้อไปให้ลูกๆ ใส่เที่ยว ดังนั้น ป้าจึงบอกว่าชุด “แปมแปม” เป็นชุดที่คุ้มค่าสามารถใส่นอนหรือใส่เที่ยวก็ได้” ลักขณา เล่า

 

สำหรับชุดเด็กสไตล์เกาหลี “แปมแปม” มีให้เลือกถึง 4 ขนาด เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่วัย 1-8 ขวบ ส่วนสูง 75-115 ซม. ได้แก่ ขนาด S / M / L และ XL ราคาอยู่ที่ 230-290 บาท (แล้วแต่ขนาด) โดยหลักการตั้งราคาจะคำนวณจากต้นทุนจริง ประกอบกับทำแบบสอบถามง่ายๆ แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อให้รับรู้ถึงราคาที่ลูกค้าพึงพอใจ

 

 

ตัดเย็บแบบแฮนด์เมด
จุดเด่นสำคัญ ทั้งหมดตัดเย็บแบบแฮนด์เมด ทำทีละตัว แต่ละตัวจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเนื้อผ้า ลวดลาย และลูกเล่นต่างๆ ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “แปมแปม” ตามชื่อของหลานสาว จดเครื่องหมายการค้าไว้เรียบร้อยแล้ว

 

“ตอนแรกอยากจะหาชื่อภาษาเกาหลีที่จะสื่อถึงเสื้อผ้าเด็ก ก็พยายามคิดอยู่หลายชื่อมันก็ไม่ลงตัวสักที จนกลับมาคิดถึงจุดเริ่มต้นที่มาทำชุดนี้ เกิดจากที่ป้าอยากจะตัดเสื้อให้เจ้าแปมแปมใส่ ทุกครั้งที่ป้าตัดชุดนี้ก็จะมีความสุข ทำให้ป้าคิดว่า ชื่อที่ดีที่สุด น่าจะเป็นชื่อของหลานเราเอง” คนรักหลาน กล่าวเสริม

 

ขายผ่านเว็บไซต์เป็นหลัก
ในด้านการตลาด ลักขณา ระบุว่า อาศัยลูกชายเข้ามาช่วยเหลือ โดยขายผ่านเว็บไซต์ pampam.weloveshopping.com ซึ่งช่องทางนี้ เหมาะกับธุรกิจเล็กๆ เพราะไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงจนเกินไป อย่างไรก็ตาม การตลาดผ่านโลกออนไลน์ยังมีข้อจำกัดที่พฤติกรรมลูกค้าส่วนใหญ่ยังอยากจะ สัมผัสเนื้อผ้า

และได้เห็นสินค้าของจริงมากกว่าผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดังนั้น เสริมการตลาดด้วยการไปออกบูธตามย่านธุรกิจ เดือนละ 1-2 ครั้ง นอกจากนั้น รับผลิตตามคำสั่งซื้อด้วย

 

ชุดยูกาตะ หรือ กี่เพ้า ก็มี!!
หลังจากออกวางตลาดเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ได้ผลตอบรับจากลูกค้าด้วยดี ดังนั้น ในเวลาต่อมา ได้เพิ่มดีไซน์ใหม่ ประยุกต์ชุดฮันบก เป็นแบบต่างๆ เช่น ฮันบกแขนกุด ฮันบกสายเดี่ยว เป็นต้น ให้ใส่สบายเหมาะกับอากาศเมืองไทย นอกจากนั้น หยิบกระแสเจ-ป๊อปมาใช้ด้วย นำชุด “ยูกาตะ” ซึ่งเป็นชุดประจำชาติของญี่ปุ่นใส่ในฤดูร้อน รวมถึง ชุด “กี่เพ้า” ชุดประจำชาติของชาวจีนมาประยุกต์เป็นชุดเด็กด้วย

ลักขณา ทิ้งท้ายว่า ไม่ได้ทำเพื่อหวังผลเรื่องรายได้หรือกำไรเป็นเป้าหมายสูงสุด แค่อยากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แก้เหงา ทุกครั้งที่เห็นพ่อแม่หรือผู้ปกครอง มีความสุขเมื่อเห็นลูกน้อยได้สวมใส่ชุดที่ตัวเองเป็นตัดเย็บขึ้น ก็จะมีความสุขตามไปด้วย

 

สนใจชุดเด็กสไตล์น่ารัก ติดต่อได้ที่ โทร. 0-2925-7142, 08-9110-1377 หรือ pampam.weloveshopping.com

อ้างอิงจาก ไทยรัฐ

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด