Home | News (New Product)
Bite Me กัดเล่นๆ ออร์แกนิกเต็มคำ คุณค่าข้าวกล้องไทยดังไกลทั่วโลก เพิ่มทางเลือกลูกค้าใส่ใจสุขภาพง่ายขึ้น
เขียนโดย Webmaster เมื่อ 02 เมษายน 2556 เวลา 11:53:04 น. | ผู้เข้าชม 9371 ครั้ง

 คุณค่าข้าวหอมมะลิเรียกได้ว่ามี ชื่อเสียงในระดับโลก และเพื่อต้องเข้ากับกระแสรักษ์โลกและผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ข้าวหอมมะลิออร์แกนิก จึงเข้ามามีบทบาท ล่าสุดผู้ส่งออกข้าวไทยไปทั่วโลกหันมาต่อยอดข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิกเป็น ขนมขบเคี้ยว “Bite Me” เพิ่มทางเลือกลูกค้าใส่ใจสุขภาพง่ายขึ้น

 

      

 

จากครอบครัวนักธุรกิจที่ส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก มาวันนี้เข้าสู่ยุคทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจ กลับมีมุมมองที่แตกต่างด้วยต้องการเพิ่มมูลค่าเมล็ดข้าวให้มากขึ้น ด้วยการแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว Bite Me ไอเดียของ “ธัญญานินท์ เรืองพิมพ์กุล หรือมายด์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอเอเซีย จำกัด ย้อนที่มาธุรกิจนี้ว่า ครอบครัวเป็นนักธุรกิจส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไปประเทศต่างๆ 100% ซึ่งดำเนินธุรกิจมาหลายสิบปี รวมถึงผลิตสินค้าที่มีข้าวเป็นวัตถุดิบ เช่น ซอสโชยุ ที่มีส่วนประกอบของซอสถั่วเหลือง และข้าวหอมมะลิไทย ให้กลิ่นหอมแตกต่างจากที่มีจำหน่ายในท้องตลาด รวมถึงมีการนำข้าวมาแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยวบ้างรสชาติจืดๆ ชาวต่างชาติรับประทานเป็นขนมเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Simply Rice

 

 

โดยที่ผ่านมามีการทำตลาดเพื่อทำให้เป็นที่รู้จักจากการโรดโชว์ในต่างประเทศ และเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ออก งาน THAIFEX (งานแสดงสินค้าและอาหารจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศครอบคลุมสินค้า และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาหารทุกประเภท) ของกระทรวงพาณิชย์ โดยได้นำขนมขบเคี้ยวจากข้าวกล้องหอมมะลิมาจำหน่ายและให้ทดลองชิมด้วย นอกจากชาวต่างชาติจะให้ความสนใจแล้วคนไทยก็สอบถามรายละเอียดและต้องการให้มี จำหน่ายในไทยบ้าง จากจุดนั้นเองทำให้เด็กสาวรุ่นใหม่อย่าง ธัญญานินท์ คิดแตกไลน์ธุรกิจขนมขบเคี้ยวที่ได้คุณค่าจากข้าวกล้องหอมมะลิแบบเต็มๆ อย่างจริงจัง ทั้งที่ครอบครัวไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำตลาดในไทยมาก่อน

“เมื่อเราตัดสินใจทำขนมขบเคี้ยวเพื่อขายให้แก่คนไทยยอมรับว่าต้องทำการบ้าน อย่างหนัก เริ่มต้นด้วยเรื่องรสชาติที่คิดว่าหากนำขนมขบเคี้ยวจากข้าวหอมมะลิที่ขายใน ต่างประเทศมาขายให้แก่คนไทยเลยคงจะไม่สำเร็จ ด้วยเพราะรสชาติไม่น่าจะถูกปากคนไทยมีเพียงรสจืดอย่างเดียว ซึ่งเราก็ลองสำรวจตลาดรสชาติของคนไทยก็พบว่าสินค้าประเภทอาหารหรือขนมสำหรับ คนไทยนั้นในเรื่องรสชาติต้องมาก่อนแม้ผลิตภัณฑ์นั้นจะดีต่อสุขภาพก็ตาม เราจึงต้องปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย ล่าสุดมี 3 รสชาติ คือ รสดั้งเดิม รสปาปริกา และบาร์บีคิว  ภายใต้แบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า “Bite Me”

 

 

สำหรับวัตถุดิบที่ขนมขบเคี้ยว Bite Me เลือกใช้คือ ข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิกในจังหวัดเชียงราย บนพื้นที่ของเราเอง และมีการทำ Contact Farming กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้วย ซึ่งข้าวมีความเป็นออร์แกนิก 100% ส่วนเครื่องปรุงรสจะมา จากธรรมชาติปราศจากผงชูรส และวัตถุที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย รวมถึงน้ำมันรำข้าว (ยังไม่มีชนิดออร์แกนิก) ก็ใช้เกรดเอเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค เรียกได้ว่าเป็นผู้ประกอบการรายเดียวในไทยที่ดำเนินธุรกิจขนมขบเคี้ยว ตั้งแต่ต้นน้ำคือการปลูกข้าวออร์แกนิกเอง ไปจนถึงการแปรรูปและวางจำหน่ายเองถึงมือผู้บริโภค

 

 “แม้ว่าเราจะเคยส่งออกขนมขบเคี้ยวลักษณะนี้บ้าง แต่สำหรับ Bite Me เป็นสินค้าตัวแรกที่เราเริ่มทำตลาดในไทยอย่างจริงจังมาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น โดยวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า เช่น ซูเปอร์มาร์เกตในเครือเดอะมอลล์, ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต, เลมอนฟาร์ม และร้านโกลเด้นเพลส ผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะผลิตภัณฑ์ของเรามีความโดดเด่นในแง่ความบาง กรอบ หยิบจับรับประทานน้ำมันจะไม่ติดมือ”

 

สำหรับอนาคตเตรียมเจาะตลาดต่างประเทศซึ่งบริษัทฯ มีความได้เปรียบ ดังนั้นตลาด AEC จึงไม่ใช่อุปสรรคที่เราจะก้าวเข้าไป และคาดว่าตลาดในยุโรปจะให้การตอบรับดีเช่นกัน เนื่องจากกระแสออร์แกนิกมาแรงกว่าในไทย ซึ่ง Bite Me มีความพร้อมในแง่คุณภาพออร์แกนิกมากที่สุด จากการได้รับใบรับรองถึงความเป็นออร์แกนิกอย่างแท้จริงทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงต่อไปจะมีการเพิ่มและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิกอ ย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเร็วๆ นี้จะส่ง Rice Cake ที่ในต่างประเทศใช้แทนขนมปังนำไปรับประทานกับวัตถุดิบอื่นได้ตามชอบใจ เช่น ปลาทูน่า ซอสต่างๆ หรือแม้กระทั่งสลัดผัก หวังสร้างความหลากหลายและเป็นทางเลือกในการดูแลรักษาสุขภาพของผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง

.

สนใจติดต่อ 0-2713-0239-40 หรือที่ www.worldcuisine.com
ที่มา http://www.manager.co.th

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด