Home | News (New Product)
หมดสมัย ขายข้าวยกกระสอบ "สังข์หยด" แรง ! ทั้งได้น้อยทั้งขายแพงกว่าข้าวออร์แกนิกทั่วไป แต่กลับมีออร์เดอร์เข้ามา ส่งขายทั่วโลก
เขียนโดย Webmaster เมื่อ 05 เมษายน 2556 เวลา 10:09:43 น. | ผู้เข้าชม 12533 ครั้ง

นางสาวกนิดา เสนีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ริชชี่ ไรส์ โปรดักส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวสังข์หยดออร์แกนิก รายเดียวในประเทศไทย เผยว่า จากอาจารย์พิเศษคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ลาออกจากงานใช้เวลา 5 เดือน ลงพื้นที่ศึกษาเรื่องข้าวที่เรียกว่าอยู่ใต้จมูก คือจังหวัดพัทลุง เรื่องของข้าวดีแต่ถูกมองข้าม นำมาปั้นแบรนด์จนตอนนี้ข้าวสังข์หยดของเธอถูกส่งขายทั่วโลกแล้วที่สำคัญคือ การขายข้าวในราคาแสนแพงกว่าข้าวออร์แกนิกทั่วไป แต่กลับมีออร์เดอร์เข้ามาต่อเนื่อง

 


ข้าวสุขภาพ

หลัง จากเจอโจทย์เรื่องข้าวล้นตลาด แต่กนิดา หรือคุณตาล ก็ดึงจุดแข็งมาขาย โดยพบว่า ข้าวสังข์หยดจังหวัดพัทลุงเป็นข้าวที่ได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทาง ภูมิศาสตร์ หรือ GI ที่มีความเฉพาะตัวปลูกได้เฉพาะที่จังหวัดพัทลุง มีคุณประโยชน์ช่วยในการรักษาโรคเหน็บชา เคยนำไปให้ผู้ป่วยโรคเหน็บชาทาน พบว่าเกือบ 100% หายจากโรคดังกล่าว และมีสารแกมม่าออริซานอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงตั้งเป้าเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ

"กว่า 5 เดือนที่เก็บข้อมูลข้าวสังข์หยด ศึกษาเรื่องตลาด เปรียบเทียบสินค้าประเภทข้าวที่ขายในท้องตลาด ดูการตั้งราคา การออกแบบบรรจุภัณฑ์ พบว่าข้าวสังข์หยด เป็นข้าวกล้องที่ "ทานง่าย" คือ นุ่ม หอม ต่างจากข้าวกล้องอื่น ๆ ใคร ๆ ก็ทานได้ บวกกับเพิ่มความพรีเมี่ยมด้วยการคัดคุณภาพเอาข้าวที่เป็นข้าวออร์แกนิก จึงทำให้เป็นลูกค้าติดใจอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันในตลาดต่างประเทศเราก็ขายความเป็นข้าวจีไอ ที่มีเรื่องราวมีที่มา"

"ซึ่งถือเป็นอาวุธทางการตลาดที่หลาย ประเทศทำให้สินค้าของตนมีความเป็นเอกลักษณ์และเป็นจุดแข็งที่ใครก็ลอกเลียนแบบไม่ได้" กนิดากล่าว


จึง ตัดสินใจตั้งบริษัท ริชชี่ ไรส์ โปรดักส์ จำกัด ขึ้นเมื่อปี 2551 ขายข้าวสังข์หยดเพื่อสุขภาพเป็นข้าวออร์แกนิก เจาะลูกค้าคนรักสุขภาพ ระดับ B+ อัพเกรดสินค้า คัดคุณภาพ วางสินค้าครั้งแรกที่เดอะมอลล์ทุกสาขา

ปัจจุบัน สามารถขยายสู่ Emporium, สยามพารากอน, วิลล่า มาร์เก็ต, โกลเด้น เพลส, K-Village และแม็คโคร, เทสโก้ โลตัส (บางสาขา) โดยผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายมี 3 ราคา คือ ข้าวออร์แกนิก 100% ราคากิโลกรัมละ 120 บาท และข้าวมาตรฐาน GAP กิโลกรัมละ 85 - 95 บาทพร้อมกับการขยายพื้นที่การผลิตข้าวใน 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.ควนขนุน และ อ.บางแก้ว คาดว่าจะได้ผลผลิตเฉลี่ย 100-200 ตัน/ปีเลยทีเดียว

 


สร้างเครือข่าย-ขยาย "แปรรูป"

ช่วง เริ่มธุรกิจปีแรก กนิดา มุ่งไปที่งานแฟร์จนเกิดเน็ตเวิร์ก 2 แบบ คือเครือข่ายธุรกิจ และกลุ่มเครือข่ายผู้ผลิต เธอเล่าต่อว่า ในกรณีของเครือข่ายธุรกิจ ซึ่งขายข้าวคนละชนิดกัน เกิดการแนะนำกลุ่มเทรดเดอร์ให้กับเธอ ขณะเดียวกลุ่มเครือข่ายชาวนาทำให้เธอสามารถทำออร์เดอร์ได้ตามจำนวนที่ลูกค้า ต้องการ

"การมิกซ์คอนเทนเนอร์ (การรวมข้าวหลาย ๆ ชนิดเพื่อให้สามารถส่งไปในหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์) เมื่อส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ โดยใช้เครือข่ายข้าวออร์แกนิกเหมือนกัน เช่น ข้าวเบอร์รี่ไรซ์ในแถบภาคกลาง ข้าวฮางจากภาคอีสาน อีกทางหนึ่งก็เป็นการช่วยระบายสินค้าจากกลุ่มเครือข่ายชาวนาอีกด้วย"

 


ขณะ ที่ข้าวสังข์หยดที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นข้าวจีไอ มีอยู่ถึงปีละกว่า 300 ตัน ในอนาคตเธอมองว่าจะเอามาทำเป็นโปรดักต์ใหม่ โดยมี ม.สงขลานครินทร์ และ ม.เกษตรศาสตร์ ให้ความช่วยเหลือในการวิจัยและพัฒนา โดยในเดือนพฤษภาคม 2556 นี้ จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มชงที่ทำจากข้าวสังข์หยดออกมา

เบื้องต้นจะใช้การจ้าง โรงงานอื่นผลิตก่อน หากสินค้าได้รับผลตอบรับดี ก็จะดำเนินการซื้อเครื่องจักร และลงทุนปรับปรุงขยายโรงงานต่อไป คาดว่างบประมาณคร่าว ๆ อยู่ที่ราว ๆ 5 ล้านบาท เน้นตลาดที่เป็นแมสโปรดักต์

 



ตลาดต่างประเทศฉลุย

ที่ ผ่านมาถือว่าตลาดของข้าวสังข์หยดเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งเธอยอมรับว่าชาวต่างชาติให้ความสำคัญกับสินค้าออร์แกนิก และข้าวที่มีสตอรี่อย่างข้าว GI เรียกว่าสินค้าขายคุณภาพตัวสินค้าเองแล้ว

"เตรียม ทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ยุโรป ที่มียอดสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง จึงตั้งใจว่าปีนี้จะเน้นยอดขายจากตลาดต่างประเทศ 80% คือกันข้าว 80 ตันไว้สำหรับลูกค้าต่างประเทศที่มีการจองข้าวตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา"

ส่วนตลาดในประเทศอยู่ที่ 20% หรือราว ๆ 20 ตัน และเมื่อสินค้าใหม่ (สแน็ก) คลอดจะเพิ่มยอดขายภายในประเทศอีกราว ๆ 50%

ใน ส่วนของช่องทางการตลาดที่ทางบริษัท ริชชี่ไรซ์ เลือกใช้และจะเน้นมากขึ้นคือ ช่องทางออนไลน์ ซึ่งครอบคลุมทั่วโลก แม้จะอยู่ต่างจังหวัดก็สามารถติดต่ออย่างไร้ปัญหา และตัดข้อจำกัดเรื่องสินค้าที่มีน้ำหนักมาก

โดยที่ผ่านมาเว็บไซต์ www.richyrice.com สร้างออร์เดอร์จากประเทศสิงคโปร์ อเมริกา และแถบยุโรป ผ่านเว็บทั้งสิ้น รวมถึงยังมียอดขายจากลูกค้าภายในประเทศเองอีกด้วย

นอกจากนี้การสร้างเครือข่ายกับกลุ่มนักธุรกิจยังเป็นสะพานที่จะเชื่อมโยงสู่ลูกค้ากลุ่มเดียวกัน

ธุรกิจ ที่มองจุดแข็งของแหล่งกำเนิด กับการใช้เครือข่ายที่เข้มแข็ง เพื่อแก้ปัญหาออร์เดอร์ขาด ไม่มีสต๊อก รวมทั้งการวางจุดขายสินค้าสุขภาพเกรดพรีเมี่ยม ที่ไม่ใช่ ทุกคนจะกินได้...

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด