Home | News (New Product)
15 hours studio ดีไซน์พอดี & ดีพอ...คู่เดียวพร้อมทุกงาน! ไม่ว่าจะกลางวัน-กลางคืน ก็พร้อมไปด้วยกันตลอดเวลา!
เขียนโดย Webmaster เมื่อ 22 เมษายน 2556 เวลา 11:03:41 น. | ผู้เข้าชม 9054 ครั้ง

หากต้องการรองเท้าดีๆ สักคู่ ก็อยากจะรู้ว่าคุณอยากได้รองเท้าแบบไหน...ถ้าคำตอบคือ สวย ใส่สบาย ดีไซน์หรู ดูดีทุกย่างก้าว...งั้นทั้งหมดนี้มีอยู่ใน วันนี้เรียบร้อยแล้ว...นั่นคือ รองเท้า '15 hours studio' คู่เดียวไปได้ทุกงาน ไม่ว่าจะกลางวัน-กลางคืน ก็พร้อมไปด้วยกันตลอดเวลา!



'ทำไม' และ 'เสียดาย'

หนึ่งฤทัย ทองเรืองโรจน์ เจ้าของรองเท้าเก๋ๆ ยี่ห้อ '15 hours studio' เผยกับไทยรัฐออนไลน์ถึงความเป็นมาของแบรนด์นี้ว่า...จะว่ากันไปแล้วแบรนด์ เราเกิดจากคำถาม 2 คำที่อยู่ในใจมาตลอดคือคำว่า ‘ทำไม’ กับคำว่า ‘เสียดาย’

 

"ทำไม?... เนื่องจากเวลาเราอยากซื้ออะไรซักอย่าง เรามักจะมีภาพในใจถึงสิ่งที่เราอยากจะได้ปรากฏอยู่ในหัวว่า อยากให้มีแบบนั้นแบบนี้ใกล้เคียงที่คิดเอาไว้ก็โอเค แต่พอถึงเวลาไปหาซื้อกลับไม่มี จึงคิดเสมอมาว่า...ทำไม..ไม่มีใครทำมาขายบ้างเลยเหรอ?"

 



"เสียดาย'... เกิดจากการรู้สึกเสียดายความรู้ทางด้านการออกแบบที่ร่ำเรียนมาในสายการออก แบบตกแต่งภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพราะตอนนี้งานประจำคือการช่วยดูแลธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นกิจการของที่บ้านร่วมกับน้องชายอยู่ จึงใช้เวลาที่ว่างหลังจากงานเสร็จค่อยๆ เริ่มสร้างธุรกิจเล็กๆ ที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านการออกแบบโดยไม่ให้เสียเปล่า...เมื่อ 2 ความรู้สึกมารวมกันจึงเป็นจุดกำเนิดก่อเกิดเป็น '15 hours studio' ในเวลาต่อมา

 



เริ่มต้นอยากทำเพื่อความสนุก

"ด้วย ความที่เราเป็นคนเท้าเล็กกว่ามาตรฐานทั่วไป จึงทำให้เวลาไปหาซื้อรองเท้ามักมีปัญหาเรื่องไซส์ที่ไม่ค่อยพอดีกับเท้า แล้วอย่างที่บอกว่าหลังจากเรียนจบมาก็มาช่วยที่บ้านทำงาน ระหว่างนั้นก็มักจะสเกตช์ภาพโน่นนี่ รวมทั้งแบบรองเท้าที่เราอยากได้เอาไว้ดูเล่นๆ ด้วย กระทั่งวันหนึ่งลูกค้าของคุณพ่อซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจโรงงานรองเท้าเขามา เห็นภาพที่เราสเกตช์ก็แซวว่า ทำไมไม่ลองออกแบบรองเท้าขายดูบ้างล่ะ...หลังจากนั้นเราเลยไปขอเรียนรู้งาน จากเขาอย่างจริงๆ จังๆ โดยการเรียนทำรองเท้า ซึ่งเขาก็ใจดีช่วยสอนให้ตั้งแต่การออกแบบดีไซน์ ไปจนเทคนิคการตัดเย็บรองเท้าเลยค่ะ"

โดยผลงานช่วงแรกๆ นั้น เจ้าของแบรนด์ '15 hours studio' บอกว่า "รูปแบบช่วงแรก บอกเลยว่า มั่วมาก ถือว่าเป็นช่วงลองของ คือลองสีแปลกๆ วัสดุหลากหลาย อยากทำอะไรทำเลย สวยบ้างไม่สวยบ้าง ใส่ได้บ้างใส่ไม่ได้บ้าง สนุกดี เพราะไม่ได้คิดว่าจะขาย เอาไว้ใส่เองสนุกๆ ทำเสร็จเป็นคู่ก็อัพขึ้น FB เอาไว้อวดเพื่อน พร้อมกันนี้เราก็จะได้รับคำติชมจากเพื่อนๆ และคนอื่นๆ ยิ่งนานวันมันก็ยิ่งมีคนถามหา ขอซื้อต่ออะไรทำนองนี้ จึงทำให้เราเจอโอกาสช่องทางการขายและลูกค้าของเราจากทาง FB ค่ะ"

 

 

แบบสวย-ใส่ดี จึงบอกต่อ...

"ใน ด้านผลตอบรับ สำหรับเราถือว่าอยู่ในระดับที่ดี เป็นที่น่าพอใจนะคะ เพราะที่ผ่านมามีลูกค้าสั่งซื้อกันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และมีการซื้อซ้ำจากลูกค้าคนเดิมและบอกต่อกันไปจนเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ จากจุดนี้ทำให้เรามั่นใจว่าเราสามารถทำสินค้าออกมาได้ตรงใจลูกค้าในระดับ หนึ่งค่ะ ส่วนในอนาคตแน่นอนว่าเราต้องมีแบบใหม่ๆ ออกมาอีกแน่นอนค่ะ"

ทำไมต้อง '15 hours studio'

"อืม...จุด เด่นของ '15 hours studio' คงไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเพราะอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คิดว่าน่าจะเป็นภาพรวมของตัวรองเท้ามากกว่า ทั้งวัสดุที่เลือกใช้ วัสดุที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วอย่างพิถีพิถัน โดยเราเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง เพราะคิดเสมอว่าเราอยากใช้ของแบบไหนเราก็ทำขายแบบนั้นค่ะ บวกกับการดีไซน์ภายใต้คอนเซปต์ คือ ความพอดี เป็นอะไรที่หยิบมาใช้ได้ง่าย ใส่ได้ทุกวัน ใส่ได้ทุกโอกาส ไม่เยอะไปซะจนหยิบมาใช้ก็ต้องคิด หรือไม่น้อยไปซะจนไม่มีอะไรน่าจดจำ อีกทั้งยังอยู่ที่การนำวัสดุต่างๆ มามิกซ์เข้าด้วยกัน เช่น ผ้าทอลายผ้าขาวม้า ผสมกับหนังวัว หรือบางรุ่นก็จะเป็นหนังผสมผ้ากากเพชร อย่างนี้เป็นต้น และที่สำคัญ คือ การบริการของเราค่ะ"

 

 

แรงบันดาลใจในการออกแบบ...

"สำหรับ แรงบันดาลใจในการออกแบบรองเท้าจะมาจากสิ่งต่างๆ รอบตัว ขึ้นอยู่กับว่า ณ ตอนนั้นเราสนใจอะไรอยู่ เลือกเจาะหยิบตรงไหนมาใช้ในการออกแบบรองเท้า ปรับให้เข้าวัสดุที่มีพฤติกรรมลูกค้า และเทรนด์ จับมาผสมรวมได้เป็นรองเท้าในแต่ละรุ่นค่ะ อย่างรุ่น Alin Glitter เป็นรุ่นแรกที่เราใช้เปิดตัว เป็นช่วงกำลังจะเข้าฤดูหนาว แรงบันดาลใจจึงมาจากภาพต้นไม้ผลัดใบร่วงหล่นตามพื้นในช่วงปลายฝนต้นหนาว สีของรองเท้ารุ่นนี้จึงเป็นการเลือกหนังสีแนวธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาล สีเบจ สีดำ และสีส้ม จับคู่กับผ้า Glitter เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้เกิดความสวยงามหรูหรา เก๋ แปลกตา ซึ่งก็ตอบโจทย์ลูกค้าได้ค่อนข้างดี เพราะช่วงปลายปีจะเป็นช่วงเทศกาล และงานปาร์ตี้บ่อย ใส่คู่เดียวสวยตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทำงานได้ สังสรรค์ได้สบายๆ

ส่วนรุ่น Kamarband นั้น คือเรามองเห็นถึงเสน่ห์ผ้าทอของไทยมานานแล้ว ถ้าเจอที่ไหนผืนไหนสวยถูกใจก็ชอบซื้อเก็บๆ ไว้ สบโอกาสได้เอามาใช้สักที พร้อมกับช่วงหลังมานี้แฟชั่นไทยก็มีกระแสการนำผ้าไทยให้มาโลดเเล่นบนเวทีโลก หากเราสามารถเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ได้บ้างก็เลยคิดที่จะลองดู โดยที่กลุ่มเป้าหมายเล็งไปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก แต่พอทำออกมาแล้วพบว่ารุ่นนี้ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากเด็กวัยรุ่น และคนไทยด้วยกันเองอีกด้วย พลิกมุมมองให้กับผ้าไทยว่าไม่เชยหรือล้าสมัยแล้วนะ ถ้าเราเลือกมาใช้ได้อย่างลงตัว"

 



Alin Glitter รุ่นนี้ขายดีที่สุด....

"ถาม ว่ารุ่นไหนขายดีที่สุด น่าจะเป็นรุ่น Alin Glitter นะคะ เพราะเรา Repeat มาแล้ว 4 รอบ รอบนี้เป็นรอบที่ 5 จากจุดนี้ทำให้เราคิดว่ารุ่นนี้สามารถตอบโจทย์เรื่องการใช้งานได้ดี สามารถใส่ได้หลายโอกาส มีลูกเล่นลงตัว ใส่นุ่มสบายเท้า เดินหรือยืนนานๆ ไม่เมื่อย และโทนสีที่ใส่เข้ากับเสื้อผ้าได้ง่ายมาก ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีลูกค้าถามถึงอยู่เรื่อยๆ แม้จะขายมาเกือบจะ 1 ปีแล้วก็ตาม ที่รองลงมาเห็นจะเป็น Kamarband นี่แหล่ะค่ะ จากสีสันสดใสกับอัตลักษณ์ของผ้าไทย จึงเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ และวัยรุ่นไทย ถึงแม้จะตามมาทีหลัง แต่ก็ผลิตซ้ำเป็นรอบที่ 2 แล้ว"

 

 

 

สนนราคา 15 Hours studio จะอยู่ที่ 1,700 บาท – 2,700 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทของหนัง และความยากง่ายในการผลิต)
สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย....


 

 

 



1.สามารถเยี่ยมชมสินค้าและสั่งซื้อได้ทาง Facebook : http://www.facebook.com/pages/15hours-studio/205511496242183?fref=ts และ Instagram : NUENG_15HOURSSTUDIO
2.ร้านไทยกรีนโปรดักส์ ชั้น 4 หอศิลป์ กรุงเทพฯ
3.งานออกร้าน Wednesday Artists Market day ที่ K Village ทุกวันพุธแรกของเดือน เวลา 17.00-22.00 น.
และในเร็วๆ นี้ เราจะมี Pop up shop ขายสินค้า ในวันที่ 1-31 มีนาคม ที่ Siam Vintage ชั้น 2 ตรงข้ามศูนย์หนังสือจุฬา.....

ที่มา ไทยรัฐ

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด