Home | News (New Product)
แด๊ดดี้ โด แตกแบรนด์ “เลมอน ฮับ” เสริมทัพธุรกิจไลต์ฟู้ด ชี้ช่องว่างตลาด ชูจุดขายเครื่องดื่ม ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟจากน้ำมะนาว
เขียนโดย Webmaster เมื่อ 26 เมษายน 2556 เวลา 11:06:59 น. | ผู้เข้าชม 10921 ครั้ง

แด๊ดดี้ โด แตกแบรนด์ “เลมอน ฮับ” เสริมทัพธุรกิจไลต์ฟู้ด ชี้ช่องว่างตลาด ชูจุดขายเครื่องดื่ม ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟจากน้ำมะนาวหวังขยายฐานลูกค้า พร้อมเดินหน้าปั้นแบรนด์เพิ่ม สบช่องบุกตลาดต่างประเทศ ด้านแด๊ดดี้ โดปีนี้เตรียมโกอินเตอร์ คาดเติบโต 10-15%

 

นายปีเตอร์ ทวีผลเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แด๊ดดี้ โด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้แตกแบรนด์ “เลมอน ฮับ” ธุรกิจไลต์ฟู้ดเช่นเดียวกับแด๊ดดี้ โดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยแบรนด์ดังกล่าวใช้น้ำมะนาวเป็นส่วนผสมหลัก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม, ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ รวมถึงชานมไข่มุก

 

 

ทั้งนี้ เชื่อว่าตลาดยังมีช่องว่างของธุรกิจดังกล่าวอยู่มาก จากสภาพอากาศเมืองร้อนของไทย รวมถึงการนำน้ำมะนาวมาเป็นกิมมิกในตลาดเครื่องดื่มแบบจริงจัง ซึ่งยังเป็นช่องว่างของตลาด

โดยตั้งราคาเฉลี่ยต่อรายการอยู่ที่ 30-35 บาท ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเลมอน ฮับมีจำนวน 2 สาขา ได้แก่ สีลม เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และยังมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มในปีนี้อีก 2-3 สาขา

 

 

 

“แนวคิดหลักมาจากความต้องการที่อยากให้บริษัทสามารถสยายปีกได้มากขึ้น เหมือนไมเนอร์ กรุ๊ปที่มีแบรนด์ในเครืออยู่จำนวนมาก แต่เราจะแตกต่างตรงที่ทุกแบรนด์เราต้องการปั้นเอง”

นายปีเตอร์กล่าวอีกว่า สำหรับในอนาคตมีแผนพัฒนาแบรนด์อื่น ๆ เพิ่มเข้ามาในพอร์ตของบริษัท เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้มากขึ้น โดยนอกจากเปิดในประเทศแล้ว ยังมองโอกาสการขยายสาขาออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย

 

 

ทั้งนี้มีปัจจัยหลักคือการตีโจทย์ให้ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไร บวกกับจุดเด่นเรื่องรสชาติและความสะอาด ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

สำหรับร้านแด๊ดดี้ โดใน ปีนี้เตรียมขยายเพิ่มอีก 8 สาขา โดยส่วนใหญ่เป็นการขยายผ่านรูปแบบแฟรนไชส์ เน้นเปิดให้บริการในต่างจังหวัด ซึ่งทิศทางในอนาคตจะมุ่งขยายผ่านแฟรนไชส์มากขึ้น เนื่องจากจะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้รวดเร็ว

 

 

กว่าการเข้าไปลงทุนเอง โดยสัดส่วนที่ตั้งไว้คือ 50 : 50 จากปัจจุบัน 32 สาขา เป็นแฟรนไชส์เพียง 5 สาขา และในปีนี้จะนำแบรนด์แด๊ดดี้ โดเข้าไปเปิดในตลาดต่างประเทศ เบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 1-2 ประเทศ

ด้านกำลังซื้อช่วงไตรมาสแรกมองว่าค่อนข้างซบเซา ประกอบกับคู่แข่งมีจำนวนมากขึ้น การแข่งขันรุนแรง แต่ละค่ายมีการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ในส่วนของบริษัทก็เดินหน้าพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

 

 

สำหรับปีนี้ได้วางแผนการใช้งบฯการตลาด เอาไว้ 3% จากยอดขาย เพื่อเน้นกิจกรรมบีโลว์เดอะไลน์ในการสร้างแบรนด์ และขยายฐานลูกค้าที่ไม่เคยใช้บริการ หรือทดลองสินค้าให้รู้จักแบรนด์มากขึ้น รวมถึงจัดโปรโมชั่นเพื่อรับมือกับการแข่งขัน แม้ว่าตลาดโดนัทในปีนี้จะไม่มีแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาด แต่หลังจากการเข้ามาของคริสปี้ ครีม ซึ่งทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวเป็นอย่างมาก ก็ผลักดันให้ตลาดเติบโตขึ้น

อ้างอิงจาก ประชาชาติธุรกิจ

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด