Home | News (New Product)
กุ้งสะเต๊ะ สูตรสมุนไพร sme ทำได้…ขายดี…ไม่มีพัก ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนน้ำลาย เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารว่างยอดนิยม กินได้ทุกเพศทุกวัย
เขียนโดย Webmaster เมื่อ 06 พฤษภาคม 2556 เวลา 13:27:36 น. | ผู้เข้าชม 20820 ครั้ง

มูสะเต๊ะ เสียบไม้ย่างบนเตาร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนน้ำลาย เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารว่างยอดนิยม กินได้ทุกเพศทุกวัย มีผู้ทำขายกันไม่น้อย จนมีการแข่งขันสูง จึงมีการพลิกแพลงสินค้าให้มีจุดขายที่แตกต่าง มีการเปลี่ยนวัตถุดิบจากหมูเป็นกุ้ง ทำเป็น “กุ้งสะเต๊ะ” ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับกุ้งสะเต๊ะมาให้ลองพิจารณากัน...

 


  
นฤมล ตัญญะ หรือ แหง๋ว เจ้าของร้าน “กุ้งสะเต๊ะ สูตรสมุนไพร” เล่าให้ฟังถึงที่มาของอาชีพนี้ว่า มีอาชีพหลักคือการเลี้ยงกุ้งขาวขาย แต่เมื่อ 6 ปีก่อนเกิดวิกฤติกุ้งราคาตก ขาดทุน จึงพยายามคิดหาทางออก พอดีช่วงนั้นตลาดน้ำบางคล้าเพิ่งจะเปิดใหม่ ๆ และด้วยเพราะครอบครัวช่างกิน และตนเองก็เป็นคนชอบทำอาหาร จึงมักจะศึกษาและฝึกทำอาหารจนเป็นนิสัยอยู่แล้ว ก็เกิดปิ๊งไอเดียอยากทำอาหารขาย โดยใช้วัตถุดิบที่มีมาแปรรูปพลิกแพลงให้เป็นสินค้าที่น่าสนใจ

 



“คิดทำอาหารขายหลายชนิด โดยใช้วัตถุดิบหลักคือกุ้ง เสร็จแล้วก็มาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลตลาด ก็มีเงื่อนไขว่าอาหารที่นำมาขายซ้ำได้ไม่เกิน 3 อย่างต่อหนึ่งโป๊ะ แล้วก็มาลงตัวที่กุ้งสะเต๊ะ เพราะยังไม่มีขาย จากนั้นก็ศึกษาหาข้อมูล และสูตรจากผู้เชี่ยวชาญ แล้วมาลองฝึกทำทั้งกุ้งสะเต๊ะและหมูสะเต๊ะ ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะลงตัว พอทำออกขายแล้วเสียงตอบรับดีมาก ๆ ทั้งจากต่างชาติและคนไทย ก็ทำขายเรื่อยมา 5-6 ปี เรียกว่าเป็นรุ่นบุกเบิกตลาดน้ำบางคล้าก็  ว่าได้”

คุณแหง๋วบอกถึงเคล็ดลับความอร่อยให้ฟังว่า นอกจากกรรมวิธีในการหมักที่เป็นสูตรเฉพาะแล้ว การย่างก็เป็นสิ่งสำคัญ ต้องเน้นเร่งไฟ เมื่อนำกุ้งหรือหมูที่หมักด้วยสมุนไพรมาย่างเนื้อจะนุ่มและหอมน่ากิน ถ้าใช้ไฟอ่อนจะกระด้าง ไม่อร่อย และวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ต้องสดใหม่เสมอ เช่น ถั่วลิสง ต้องคั่วและตำเองทุกวัน น้ำส้มสายชูก็ต้องเป็นหัวน้ำส้มที่ได้รับการรับรองจาก อย. ส่วนพระเอกคือกุ้งขาว คัดไซซ์ขนาด 40 ตัว/กก. หรือ 50 ตัว/กก. ขึ้นอยู่กับช่วงการเลี้ยง”

อุปกรณ์หลัก ๆ ที่ใช้ทำ ก็มี...เตาถ่าน-ตะแกรงย่าง, เตาแก๊ส, หม้อสเตนเลส, ถาด, กะละมัง, กระชอน, เขียง, เครื่องปั่นหรือครก, คีมคีบถ่าน, ไม้เสียบ, มีด, กล่องพลาสติก, ถุงพลาสติก, ใบตอง, ถ่าน และเครื่องมือเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

 


ส่วนผสมในการทำ หลัก ๆ ก็มี...กุ้งขาว สายพันธุ์ฟลอริดา, น้ำตาลทราย, ผงกะหรี่, หัวกะทิ, ข่าหั่นฝอย, ตะไคร้หั่นฝอย, ขมิ้นสด, ใบมะกรูด, รากผักชี และเกลือป่น

ขั้นตอนการทำ “กุ้งสะเต๊ะ” เริ่มจากเตรียมเครื่องหมักสมุนไพรก่อน นำเอาข่าหั่นฝอย ตะไคร้หั่นฝอย ผงกะหรี่ ขมิ้นสด รากผักชี เกลือ น้ำตาลทราย มาโขลกรวมกันหรือปั่นให้พอละเอียด ตั้งพักไว้ก่อน

กุ้งขาว ล้างสะอาด ปอกเปลือกออกให้หมด เหลือแต่หางไว้ (เพื่อความสวยงาม) แล้วนำกุ้งคลุกเคล้ากับเครื่องสมุนไพรที่เตรียมไว้ ใส่กะทิตามลงไปเคล้าให้ทั่ว ก่อนจะนำไปหมักพักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 20 นาที แล้วนำกุ้งมาเสียบไม้เรียงในถาด นำเข้าช่องแช่แข็ง เมื่อต้องการจะใช้ก็นำออกมาตั้งไว้สักครู่ให้คลายความเย็น ก่อนจะนำไปย่าง

การทำ “น้ำจิ้มสะเต๊ะ” ใช้กะทิ 5 กก. (แยกหัว-หาง) ต่อถั่วลิสงป่น (คั่วเอง) ใหม่ ๆ 1 กก., น้ำพริกหมูสะเต๊ะ 1/2 กก. (ใช้น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ขีด ผสมน้ำพริกแกงมัสมั่น 2 ขีด), น้ำตาลปี๊บ 1.5 กก., น้ำปลา 120 ซีซี. และน้ำมะขามเปียก

วิธีทำน้ำจิ้ม...เคี่ยวหัวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดและน้ำพริกแกงมัสมั่นลงไปผัดให้หอม ใช้ไฟปานกลาง ใส่หางกะทิ ใส่ถั่วลิสงป่น ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก เคี่ยวจนแตกมันมีสีแดง เท่านี้ก็เป็นอันใช้ได้ อย่างไรก็ตาม น้ำจิ้มที่อร่อยต้องปรุงได้ครบรส ทั้งหวาน เค็ม เปรี้ยว มัน และเผ็ดเล็กน้อย

 


ส่วนผสมของ “อาจาด” ใช้น้ำตาลทราย 2 กก. ต่อน้ำส้มสายชู 1 ขวด, เกลือป่น 1 ขีด และแตงกวา พริกชี้ฟ้า หัวหอมแขก หั่นชิ้นเล็ก ๆ ตามขวาง วิธีทำอาจาด... นำน้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู เกลือ ใส่หม้อตั้งไฟ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เคี่ยวไปจนน้ำอาจาดเข้มข้น จึงยกลงตั้งไว้ให้เย็น พักไว้ เมื่อจะรับประทาน จะขาย ก็นำแตงกวาหั่น พริกชี้ฟ้าหั่น หัวหอมซอย ใส่ภาชนะ ราดด้วยน้ำเชื่อมอาจาด จัดเป็นชุดพร้อมน้ำจิ้ม ขนมปังปิ้ง และกุ้งสะเต๊ะ

สำหรับราคาขาย “กุ้งสะเต๊ะ” และหมูสะเต๊ะ คุณแหง๋วจัดขายเป็นชุด ๆ ละ 60 บาท ชุดหมูสะเต๊ะมีหมู 15 ไม้ ถ้าเป็นกุ้งสะเต๊ะ ถ้ากุ้งไซซ์ขนาด 50 ตัว/กก. ใน 1 ชุดจะมีกุ้ง 8 ไม้ ขายพร้อมอาจาด น้ำจิ้ม และขนมปังปิ้ง
  
“กุ้งสะเต๊ะ” และหมูสะเต๊ะ สูตรสมุนไพร เจ้านี้ขายอยู่ที่โป๊ะ 3 ตลาดน้ำบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ทุกเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-17.00 น. นอกจากนี้ยังรับออกร้านตามงานต่าง ๆ นอกสถานที่ด้วย โดยมีเบอร์ติดต่อคือ โทร.08-1949-6825, 08-1761-5121 ทั้งนี้ เรื่องการทำมาหากินนั้น หากขยัน ไม่ท้อเสียอย่าง โอกาสหรือ “ช่องทางทำกิน” ก็มีเสมอ.

ที่มา http://www.dailynews.co.th

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด