Home | News (SMEs News)
ม.กรุงเทพเผย นศ.จบใหม่อยากเป็นเถ้าแก่กว่า 30%
เขียนโดย Admin เมื่อ 31 มีนาคม 2557 เวลา 10:11:37 น. | ผู้เข้าชม 7736 ครั้ง
 
       มหาวิทยาลัยกรุงเทพเผยนักศึกษาจบใหม่กว่า 30% สนใจเป็นเจ้าของธุรกิจมากขึ้น เชื่อต้องการทำอะไรที่เป็นของตัวเอง ล่าสุดจับมือซิป้าฝึกบุคลากรพัฒนาซอฟต์แวร์เจาะอีคอมเมิร์ซ ด้านผู้บริหารตลาดอทคอมทุ่ม 40 ล้านบาทรุกตลาดโมบายล์
       
       นางมัทนา สานติวัตร อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า ภาพรวมนักศึกษารุ่นใหม่มีแนวโน้มอยากเป็นเจ้าของกิจการเองมากกว่าการทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทมากขึ้น สัดส่วนอยู่ที่ 30% ของนักศึกษาโดยรวม เพิ่มขึ้นจากอดีตมีแค่ 10% คาดว่าเป็นผลจากคนรุ่นใหม่ชอบทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน อยากทำอะไรที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นของตัวเอง ขณะที่การทำธุรกิจยุคนี้เอื้ออำนวยมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีสำนักงานก็เป็นเจ้าของกิจการได้เพราะมีช่องทางทำธุรกิจผ่านออนไลน์
       
       ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า จัดโครงการฝึกอบรมเตรียมพร้อมบุคลากรด้านซอฟต์แวร์เพื่อป้อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อหนุนท่องเที่ยวไทยซึ่งเป็นภาคหลักสร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นหลักสูตรเรียน 80 ชั่วโมง ฝึกปฏิบัติจริง 80 ชั่วโมง เริ่มเรียนเดือน มิ.ย.นี้
       
       ขณะที่ภาพรวมธุรกิจออนไลน์ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราคูเท็น ตลาดดอทคอม กล่าวว่า บริษัทคาดภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซปี 2557 มีแนวโน้มโต 30% จากปี 2556 มูลค่าตลาดรวม 7.4 แสนล้านบาท เนื่องจากการพัฒนาของเครือข่ายโทรคมนาคมที่ทำให้อินเทอร์เน็ตเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้การค้าผ่านมือถือจะเป็นช่องทางหลักเพิ่มยอดขายผู้ประกอบการในปีนี้
       
       นายภาวุธกล่าวว่า จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทฯ จึงใช้งบตลาด 30-40 ล้านบาทรุกตลาดโมบายล์ในปีนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากการทำตลาดผ่านทางโมบายล์กว่า 51% ซึ่งบริษัทจะเน้นทำแคมเปญออนไลน์ผ่านหน้าโมบายล์ด้วยการจับมือกับพาร์ตเนอร์โซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อทำสื่อออนไลน์มากขึ้น พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมของบริษัทปีนี้โต 60% ลดจากปีก่อนโต 70% เพราะฐานตลาดใหญ่ขึ้น มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้น โดยบริษัทมีร้านค้าอยู่ 2.5 แสนร้านค้า และสร้างรายได้จากการเก็บค่าเช่าร้าน การเก็บค่าคอมมิชชัน 3-5% และค่าโฆษณา เป็นหลัก
       
       อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซจะโต แต่ปีนี้การแข่งขันกันจะสูงเนื่องจากมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ ส่วนกลุ่มที่มีการชอปออนไลน์มากสุด คือ บิวตี้ แฟชั่น โทรศัพท์มือถือ อาหารสุขภาพ นาฬิกา เครื่องประดับ
• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด