Home | Get Idea
Tistgraphy เอาใจคนรักสุนัขและความเป็นไทย จับของใกล้ตัวเป็นแบรนด์สุดเจ๋ง
เขียนโดย Admin เมื่อ 22 เมษายน 2558 เวลา 17:01:34 น. | ผู้เข้าชม 10784 ครั้ง

    Tistgraphy เอาใจคนรักสุนัขและความเป็นไทย จับของใกล้ตัวเป็นแบรนด์สุดเจ๋ง
 

      ความสด ใหม่ และแปลก คงเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าในสมัยนี้ของเหล่าวัยรุ่น สินค้าตัวไหนที่เห็นมากจนเกลื่อนเมือง คงไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการอีกต่อไป แต่อะไรที่ใหม่ ไม่เคยเห็นมาก่อน หรือทำให้ต้องหันหลังกลับไปมองอีกรอบแล้วคิดว่า “ของแบบนี้ก็มีด้วย?” หรือ “เขาคิดได้ยังไง?”ต่างหาก ที่กลับเป็นที่ต้องการหรือกำลังจะได้รับความนิยม เหมือนธุรกิจ Hipster ที่ SMEs สร้างอาชีพจะพาไปรู้จักกันวันนี้ที่หากพูดถึงชื่อแบรนด์ Tistgraghy หลายคนคงฉงนเพราะไม่เคยได้ยิน แต่หากพูดถึงหมอนที่หน้าตาเหมือนจริงอย่าง หมอนน้องหมาหน้าตาน่ารัก ๆ หรือหมอนรูปปลาทู ปลาสลิด หรือแม้แต่ขันโตก ที่แค่ได้เห็นก็ถึงกับหิว ที่กำลังโด่งดังในโลกโซเชียลเชื่อว่าคงร้องอ๋อกันเป็นแถว

                      

       คุณกันต์ นวพร ธรรมรัตน์วิภาค และ คุณมิ้นท์ มรกต ชมบุญ เจ้าของแบรนด์สุดฮิปอย่าง Tistgraphy ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมาว่าเริ่มต้นจากทั้งคู่ชอบสุนัข และอยากทำธุรกิจร่วมกันสองคน โดยคุณมิ้นท์จบทางด้านการถ่ายภาพ และคุณกันต์จบคณะมัณฑนศิลป์ จึงได้ใช้ความสามารถที่มีอยู่ร่วมกัน โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุดคือ สุนัข ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของทั้งสองคนจึงจับความชอบที่ใกล้ตัวมาเป็นโจทย์ในการทำธุรกิจ โดยเริ่มจากการสกรีนเสื้อลายสุนัขก่อน แล้วจึงต่อยอดมาเป็นของใช้ชนิดอื่น ส่วนหมอนรูปอาหารหลากชนิดนั้นก็เริ่มจากความคิดที่อยากมีสินค้าอีกแบรนด์ที่ยังไม่มีใครทำ และทุกคนที่เดินผ่านจะต้องอินกับสินค้าด้วย จึงเกิดไอเดียนำอาหารไทยมาใส่หมอนอย่างที่เห็น  

     สำหรับเรื่องไอเดียการเลือกชนิดอาหารเป็นจุดขายนั้น “เราเลือกอาหารที่มีกลิ่น และมีขนาดใหญ่ รูปอาหารเหมือนจริง ถ้าเราทำตัวเล็ก คนจะเฉยๆ แต่ที่ทำมีขนาดใหญ่ จุดประสงค์ของเราคือ ทำเพื่อให้คนเห็นแล้วเขานึกถึงที่บ้านว่าพ่อแม่เคยทำให้กิน แล้วกลิ่นมันก็จะตามมาเอง” ส่วนเรื่องการแบ่งหน้าที่ในการสร้างสรรค์นั้น ปกติแล้วคุณกันต์จะเป็นคนคิดและออกแบบ ส่วนคุณมิ้นท์จะดูแลเรื่องไลน์การผลิตทั้งหมด การทำการตลาดก็ทำในโซเชียลมีเดีย ทั้งในอินสตาแกรม และเฟซบุ๊ก รวมถึงการออกบูธงานอีเว้นท์ต่างๆ แต่ที่ได้รับความนิยมจะเป็นในส่วนของลูกค้าที่มีความชื่นชอบแล้วบอกกันปากต่อปากมากกว่า เพราะทางร้านมีกลุ่มลูกค้าประจำในส่วนของแบรนด์สุนัขอยู่แล้ว


     หลังจากทำธุรกิจมา 2 ปีทั้งคู่บอกว่าที่ผ่านมายอดขายดีมาก สำหรับตัวของหมอนรูปอาหารที่เพิ่งเริ่มทำมาเพียง 4 เดือน ยอดขายสูสีกับแบรนด์สุนัข เรียกว่าทำกันไม่ทัน คุณมิ้นท์ยังเล่าถึงขั้นตอนการทำหมอนแต่ละใบด้วยว่า ทุกวันนี้ยังใช้การเย็บด้วยมืออยู่ “ในส่วนนี้เรายังทำเองทั้งหมด ไม่ได้ทำถึงระดับอุตสาหกรรม แต่ว่าเราทำในแบบเย็บมืออยู่ วันนึงเราได้แค่ 20 ตัว ไม่ได้มีจำนวนมาก แต่ก็มีทีมงานที่เป็นน้องที่รู้จักกัน ช่วยกันทำมากกว่าค่ะ”


      กลุ่มเป้าหมายของ Tistgraphy หลายคนอาจคิดว่าเป็นลูกค้าต่างชาติ แต่ที่จริงแล้วเป็นคนไทยที่ซื้อเสียส่วนมาก ซึ่งในอนาคตในส่วนของแบรนด์อาหาร ทางร้านวางไว้ว่าอาจมีอาหารที่หลากหลายขึ้น อย่าง อาหารฝรั่ง อาหารญี่ปุ่น เพื่อเอาใจต่างชาติบ้าง เพราะตอนนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ชอบจะเป็นคนไทยเสียมากกว่า ส่วนตัวสินค้าก็จะคิดให้เหมาะกับลวดลาย ความเป็นอาหาร ซึ่งตอนนี้แบรนด์สุนัขมีทั้งเสื้อ กระเป๋า หมอน ผ้าพันคอ เป็นต้น ในส่วนของอาหารตอนนี้มีแค่หมอน แต่ในอนาคตอาจมีพวงกุญแจ เสื้อ หรือพวกผ้าปูที่นอน ตามมา


    เมื่อถามถึงสิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ คุณกันต์และคุณมิ้นท์ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อยู่ที่การจับสิ่งใกล้ตัว สิ่งที่เรารู้จักกับมันจริงๆ เราถึงทำได้ ไม่ใช่ว่าจับสิ่งไกลตัวที่ต้องไปรีเสิร์ชหาข้อมูลใหม่มาทำ การนำสิ่งที่เราคุ้นเคย รู้ดีอยู่แล้วจะทำให้เราเข้าใจ โดยไม่ต้องไปคิดหาข้อมูลใหม่ทั้งหมด

   หากใครสนใจสินค้าจาก Tistgraphy ก็สามารถไปเลือกซื้อได้ที่ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ โกดัง3 ทุกวันพฤหัส-อาทิตย์ เวลา 17.00- 23.00 น. และตลาด Cicada หัวหิน วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 16.00-23.00น.ได้เลย เจ้าของร้านเป็นกันเองและน่ารักมากๆ จ้า

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด