Home | News (New Biz)
รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลม
เขียนโดย Admin เมื่อ 28 ธันวาคม 2558 เวลา 07:22:17 น. | ผู้เข้าชม 5031 ครั้ง

รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลม

      โรงเรียนอนุบาล ถือเป็นก้าวแรกของการก้าวออกสู่สังคมภายนอกที่ไม่มีพ่อแม่ตามมาด้วย ซึ่งเป็นที่ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ขัดขวางการเรียนรู้ได้เช่นกัน หากโรงเรียนนั้นจัดการเรียนการสอนที่ไม่เหมาะสม เช่น เร่งให้เด็กอ่านเขียน เรียนด้วยการจดจำ หรือบางโรงเรียนมีการวัดผลด้วยการสอบทุกภาคเรียน ทำให้เด็กเกิดความเครียด รู้สึกว่าการเรียนเป็นสิ่งที่ยาก ไม่สนุก ไม่ชอบ และที่สำคัญทำให้เด็กสูญเสียเวลาที่จะพัฒนาอย่างรอบด้านไปอย่างน่าเสียดาย

      วันนี้นิตยสาร SMEs สร้างอาชีพได้รับเกียรติพูดคุยกับคุณรัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลม ซึ่งเป็นผู้บริหารมากประสบการณ์มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจจนเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

 

ความเป็นมาของโรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลม

      โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลมเป็นโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัย ได้เริ่มเปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2547 ซึ่งเปิดมากว่า 10 ปีแล้ว โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากน้องสาวอยากจะเปิดโรงเรียนอนุบาลเป็นของตัวเองขึ้น เพื่อจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย ทำให้เราต้องมาศึกษาข้อมูลต่างๆของการเปิดโรงเรียนอนุบาลมากขึ้น ซึ่งก็พบว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจก็เลยตัดสินใจเปิดโรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลมขึ้น โดยช่วงแรกต้องไปเรียนด้านบริหารการศึกษาที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เนื่องจากเราไม่ได้มีพื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษามาก่อนเลยเราจบด้านเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มา ดังนั้นหากต้องการที่จะเปิดโรงเรียนอนุบาลก็ต้องไปเรียนใหม่ทั้งหมด

 

สอน 3 ภาษา เน้นประสบการณ์และพัฒนาความคิด

      เรามองว่าโรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลมเป็นเหมือนโรงเรียนอนุบาลแนวเตรียมความพร้อมมากกว่า คือการเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เพราะเรามองว่าเด็กๆ ในช่วงปฐมวัยนั้นจะเป็นวัยที่เหมาะสมกับโรงเรียนเตรียมความพร้อม ดังนั้นเราจะเน้นให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำสิ่งต่างๆ อย่างหลากหลาย ทั้งการเล่น ทดลอง บทบาทสมมติ เป็นต้น แต่จะไม่เน้นให้เด็กเร่งอ่านหรือเขียน ทุกอย่างจะเป็นไปตามพัฒนาการและตามวัยของเด็ก โดยมีคุณครูเป็นผู้ช่วยเสริมและกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี โดยเด็กๆ จะมีโอกาสเรียน คณิตฯ วิทย์ ศิลปะ หรืออื่นๆ อย่างเหมาะสมกับวัย

      สำหรับในเรื่องของภาษานั้นโรงเรียนอนุบาลของเราจะมีหลักสูตรไม่เหมือนกับที่อื่น เราจัดหลักสูตรของเราเอง โดยเป็นโรงเรียนอนุบาลที่สอนถึง 3 ภาษา คือภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน โดยใช้หลักการสอนแบบพูดสื่อสารกระตุ้นพัฒนาการเป็นหลัก ผ่านประสบการณ์และการพัฒนาความคิด

 

หลักการในการบริหาร

      สำหรับตัวเองจะใช้หลักการบริหารง่ายๆ ไมซับซ้อน คือในการบริหารโรงเรียนนั้นเราคำนึงว่าทุกอย่างจะต้องมีความสุข คือเด็กนักเรียนจะต้องมีความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลินกับคอร์สที่เราจัดเพื่อเตรียมความพร้อม และคุณครูจะต้องมีความสุขกับการสอน เพราะหากทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความสุข การทำสิ่งใดก็จะประสบความสำเร็จ ในส่วนของการแข่งขันและการปรับตัวของโรงเรียนอนุบาลนั้น ปัจจุบันโรงเรียนอนุบาลมีค่อนข้างมาก ดังนั้นเราจะมีการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะงานด้านการศึกษาเป็นงานที่ไม่สามารถหยุดนิ่งได้

 

มองภาพรวมการศึกษาไทยในปัจจุบัน

      สำหรับตัวเองมองการศึกษาไทยในปัจจุบันว่ายังเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ค่อนข้างอ่อน หลักสูตรการท่องจำที่หลายโรงเรียนใช้ไม่สมควรที่จะมีอีก แนวทางการเรียนการสอนของโรงเรียนอนุบาลประเภทนี้จะเคร่งครัดเรื่องวิชาการ เรียกว่าจบระดับอนุบาลก็สามารถอ่านออกเขียนได้ ซึ่งหลักสูตรประเภทนี้จะไปขัดขวางการกระตุ้นพัฒนาการทางความคิดของเด็ก ซึ่งเรามองว่าควรจะปล่อยเด็กให้อยู่กับธรรมชาติให้เด็กได้เรียนรู้เองเป็นหลัก เป็นการเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาดีกว่า

      ในส่วนของโรงเรียนอนุบาลของทางภาครัฐนั้นเรามองว่าทุกวันนี้มีเด็กนักเรียนแน่นจนเกินไป บางห้องเรียนมีเด็กนักเรียนเกือบ 50 คน ซึ่งทำให้คุณครูดูแลเด็กได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งทางภาครัฐต้องแก้ปัญหาตรงจุดนี้

 

ฝากถึงผู้ปกครองที่กำลังมองหาสถานศึกษา

          สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการนำเด็กเข้าเรียนชั้นอนุบาลนั้นควรจะต้องศึกษาข้อมูลต่างๆของโรงเรียนให้ดี และจะต้องดูว่าโรงเรียนนี้เหมาะสมกับลูกเราหรือเปล่า ลูกหลานเราเหมาะกับการเรียนรู้รูปแบบใด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากเพราะมีการวิจัยมาแล้วว่าเด็กอายุ 1-6 ขวบจะเป็นช่วงที่สมองเปิดรับสิ่งต่างๆมากที่สุด ดังนั้นการเตรียมพื้นฐานให้เด็กตั้งแต่เล็กจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็น

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด