Home | News (New Biz)
เจาะจุดแข็งนิยาย CEO GEN2 “ภัค กิระนันทวัฒน์” เปิดคลังกระเป๋าแฟชั่นแบรนด์อินเตอร์
เขียนโดย Admin เมื่อ 10 ตุลาคม 2559 เวลา 07:53:46 น. | ผู้เข้าชม 3284 ครั้ง

เจาะจุดแข็งนิยาย CEO GEN2

“ภัค กิระนันทวัฒน์”

เปิดคลังกระเป๋าแฟชั่นแบรนด์อินเตอร์

     “Marwell” ฝ่าวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” ได้อย่างไร หลังเปิด AEC เป็นโอกาสของตลาดเครื่องหนังไทยในการขยายสู่ตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มีความโดดเด่นในด้านดีไซน์ การออกแบบ ฝีมือการตัดเย็บ และราคา ซึ่งที่ผ่านมาแบรนด์เครื่องหนังของไทยเป็นที่นิยมในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, เวียดนาม, จีน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย เป็นต้น ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าเครื่องหนังรวมประมาณ 832 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท (ฐานเศรษฐกิจ, 16 พฤศจิกายน 2558) ซึ่งเชื่อได้ว่าแบรนด์ที่ส่งออกย่อมเป็นแบรนด์ที่มีการตลาดเป็นจุดแข็งพอควรจึงจะสามารถเข้าสู่เทรดดิ้งได้อย่างสง่างาม

ท้อปเท็น เทรดดิ้ง กรุ๊ป เป็นอีกหนึ่งบริษัทด้านการสร้างเทรนด์แฟชั่นให้กับแวดวงเครื่องหนังของเมืองไทยมานานกว่า 30 ปี ในการบริหารของผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง รุ่นที่ 2 “คุณภัค กิระนันทวัฒน์” ที่เข้ามาบริหารและสามารถแชร์เปอร์เซ็นต์การส่งออกระดับนานาชาตินั้นมาได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “เราคือครอบครัวแห่งแฟชั่นกระเป๋าของคนไทยและต่างประเทศ” ทั้งเรื่องคุณภาพ ราคายุติธรรม และตอบโจทย์เทรนด์แฟชั่นได้อย่างครบถ้วน

 

ยุคแรก : วสัยทัศน์ชัดเจน จับ “ตลาดเครื่องหนัง”

        “คุณพ่อ (คุณนิวัฒน์ กิระนันทวัฒน์) และคุณแม่ (คุณธีรพร กิระนันทวัฒน์) เป็นผู้เริ่มต้นผลิตกระเป๋าถือสตรีหน้าใหม่ท่ามกลางการตลาดของคู่แข่งที่มีอยู่จำนวนมาก ด้วยความมุ่งมั่นและพื้นฐานทางด้านแฟชั่น เราเชื่อว่าสามารถสู้กับคู่แข่งได้ จึงสร้างสรรค์สินค้าขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดเครื่องหนัง ณ เวลานั้น ถือว่าเรายังไม่เติบโตเท่าที่ควร แต่เราก็ยังสะสมประสบการณ์และสู้มาตลอด ด้วยใจรักและความสนใจทางด้านแฟชั่น เราจุดก่อนตั้งบริษัทเล็กๆ ขึ้นมา โดยตึกแถวห้องเดียว 4 ชั้น บริเวณตรอกห้านาย ย่านหัวลำโพง มีพนักงานเพียง 4 คน ผลิตกระเป๋าถือสตรี ไม่มีแบรนด์ คุณพ่อก็เป็นผู้เดินทางไปต่างจังหวัดจำหน่ายสินค้าเอง 

        “ด้วยคุณภาพของสินค้า ราคาขาย ความพยายามในการเข้าถึงลูกค้า นอกจากกระเป๋าสตรีแล้ว เราก็ขยายไลน์สินค้าออกมาในรูปแบบกระเป๋าธนบัตร กระเป๋าเอกสาร ซึ่งสินค้าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีตามหัวเมืองต่างจังหวัดเป็นอย่างดี อีกทั้งทางสิงคโปร์มาเห็นก็เกิดความสนใจ เราจึงมีโอกาสทำการตลาดและส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์ เราจึงเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ของคุณพ่อที่ตั้งปณิธานหลักในการดำเนินธุรกิจแน่วแน่มาตั้งแต่ต้น” คุณภัค กล่าวถึงจุดเริ่มต้น

 

คุณภาพ+ราคา+บริการหลังการขาย = จุดแข็งของตลาด

        “หลักการแรกที่สำคัญที่จะช่วยสะท้อนผลลัพธ์ทางการค้าที่ดี คือ สินค้าต้องมีคุณภาพมาเป็นอันดับแรก ราคาย่อมเยาตามกำลังที่ลูกค้าสามารถซื้อไว้ในครอบครองได้  ส่วนลำดับสุดท้ายคือการบริการหลักการขาย ถ้าเรายึดหลักการทำงานแบบนี้ลูกค้าก็จะเกิดความประทับใจและบอกต่อปากต่อปาก”

 

พนักงานอยู่ได้ องค์กรจึงอยู่ได้

        “ความแข็งแกร่งขององค์กรจะอยู่ได้ต้องขึ้นอยู่กับ “พนักงาน” ที่เป็นอีกหนึ่งแรงกายแรงใจขององค์กรที่จะก้าวต่อไปได้ เราดูแลพนักงานในเรื่องของค่าตอบแทน สวัสดิการ ตลอดจนการดูแลเสมือนเครือญาติ ต้องให้พนักงานทำงานกับเราแล้วรู้สึกอบอุ่นใจและรักองค์กรเสมือนว่าเป็นอีกครอบครัว ประสิทธิภาพทางการทำงานก็ย่อมเพิ่มขึ้น เมื่อพนักงานได้รับการดูแลอย่างดี งานก็มีประสิทธิภาพ องค์กรก็เติบโต มีความมั่นคง ตลอดจนพักงานก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย”

 

ยุคที่สอง : CEO GEN ใหม่ หลังเรียนจบมาสืบต่อเจตนารมณ์

        ธุรกิจเครื่องหนังดำเนินธุรกิจที่มีทิศทางอย่างชัดเจน ทำให้ธุรกิจครอบครัวเล็กๆ เริ่มกลายมาเป็นครอบครัวใหญ่ขึ้น เมื่อลูกสาวทั้ง 2 ของครอบครัวเรียบจบ “ดิฉันจบปริญญาโท ด้านการบริหารธุรกิจ (MBA) จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย มาช่วยดูแลด้านการบริหารและการตลาด และคุณฐานิดา (น้องสาว) ที่จบปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย มาช่วยดูแลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ความสำเร็จจึงทวีคูณขึ้นตามลำดับจนพัฒนามาสู่แบรนด์ “มาร์เวล” (Marwell) และ “เมย์ฟายน์” (Mayfine) เราเริ่มขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มจากประเทศฮ่องกงก่อน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยม

        “ความท้าทายใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งเมื่อบริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกจากรมส่งเสริมการส่งออกให้เข้าร่วมโครงการของสหภาพยุโรปเปิดโอกาสให้ผู้ค้าธุรกิจขนาดเล็กของประเทศที่กำลังพัฒนาได้มีโอกาสขยายธุรกิจ เพื่อส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป โดยเราได้รับการดูแลและพัฒนาจากกรมส่งเสริมการส่งออกทั้งหมด ส่งผลให้แบรนด์ “มาร์เวล” มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นทวีคูณหลายเท่าตัว”

 

ยุคเติบโตขั้นพีค : ขยายโรงงาน เพิ่มพนักงาน

        ด้วยการตอบรับอย่างดีจากตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศไทย บริษัทเริ่มมีความมั่นคงโดยก้าวขึ้นที่ละหลายสเตปเป็นแนวเคิร์ปที่สูงขึ้นเรื่อยๆ “จากเดิมที่เรามีพนักงาน 4 คน เพิ่มมาเป็น 10 คน เพิ่มมาเป็น 30 คน เราเริ่มมองว่าตึกแถวเดิมเริ่มจะรับรองพนักงานไม่ไหวแล้ว เราจึงตัดสินใจขยายพื้นที่โดยการสร้างโรงงานอย่างเต็มรูปแบบเป็นของตนเอง เพื่อรับรองการผลิตที่กำลังจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัญหาในการโยกย้ายมาที่แห่งใหม่ทำให้เกิดภาวะแรงงานขาดแคลนในตลาด มีการช่วงชิงแรงงานฝีมือไปสู่บริษัทที่มีความต้องการแรงงานประเภทเดียวกัน แต่ด้วยความใส่ใจในความต้องการของเราที่มีต่อพนักงานแล้ว เราจึงฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนั้นไปได้” คุณภัค กล่าว

 

ยุคผันแปร : ฝ่าวิกฤตต้มยำกุ้ง

“จากนั้นเราตัดสินใจก่อตั้ง บริษัท เฟรนเนลี่ จำกัด เพื่อมาผลิตสินค้าประเภทกระเป๋าสตรีที่มีการออกแบบแตกต่างไปจากแบรนด์เดิมอีกให้ชื่อว่า “เฟนเนลี่” (Fenneli), “คาร์เรน” (Karren) รับสมัครพนักงานเพิ่มในสายการผลิตมีถึง 250 คน และเพิ่มขึ้นอีกเป็น 500 คน และในปี 2540 ประเทศไทยได้เผชิญกับวิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยตกต่ำถึงที่สุด เราก็เกิดผลกระทบด้วยเช่นกัน จึงนำเอาทุนสำรองจำนวนหนึ่งออกมาเสี่ยงกับภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ด้วยกำลังใจที่ดีเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดยังคงยืนหยัดที่จะดำเนินธุรกิจต่อไป ดูแลพนักงานกว่า 500 ชีวิต ประสบภาวะวัตถุดิบราคาสูง เราก็ปรับวัตถุดิบและรูปแบบสินค้าจากกระเป๋าหนังมาเป็นกระเป๋าผ้าและหนังเทียม เพื่อประทังความอยู่รอดขององค์กร ถึงแม้ว่าองค์กรจะต้องประสบกับสภาวะขาดทุน แทนที่ปรับลดแรงงานขององค์แต่เราก็ยังคงช่วยเหลือและดูแลกันต่อไปให้ดีที่สุด”

       

ยุควิจัยและพัฒนา : โปรดักส์โหมดอินเตอร์ อาศัยช่างชำนาญการ

        ในปี 2545 เมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น บริษัทฯ ได้ปรับสายงานการผลิตใหม่ให้ดูโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น “เดิมจากที่เราผลิตเองไปเรื่อยๆ เราหันกลับมามองและเน้นที่การทำวิจัยและพัฒนา (R&D : Research & Development)  สินค้าให้มากขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง ภายใต้แบรนด์ที่หลากหลายและประเภทของสินค้าที่มีการแตกแขนงออกไปตามความต้องการของผู้บริโภค จากนั้นเราก็กระจายสินค้าประเภทต่างๆ ออกไปตามสายงานกลุ่มบริษัทฯ ที่มีความชำนาญ ซึ่งจุดแข็งของเราที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจซื้อในคุณภาพ เพราะสินค้าแต่ละชนิดเราผลิตออกมาจากใจทุกชิ้นจากช่างฝีมือผู้ชำนาญ จุดนี้สินค้าเราทุกแบรนด์สามารตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างไม่มีที่ติ”

 

 

ยุคเทรดดิ้ง : สินค้าหลากหลายขยายตัวชิงก้อนเค้กตลาดเครื่องหนัง

        “นอกจากเราจะเป็นผู้นำด้านการผลิตกระเป๋าสตรีแล้ว ปัจจุบันเรายังเป็นผู้พัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องหนังขึ้นอีกหลายประเภท อาทิ กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าเอกสาร, กระเป๋าธนบัตร, กระเป๋าเดินทาง, กระเป๋าสตางค์, ที่ใส่พวงกุญแจ, เข็มขัด, ชุดนอน, น้ำยารักษาเครื่องหนัง และเครื่องประดับ เป็นต้น สำหรับสุภาพสตรีและสภาพบุรุษ ซึ่งในประเทศไทยเราเจาะตลาดโมเดิร์นเทรดชั้นนำทั่วประเทศ โดยสินค้าของเราจะวางจำหน่ายในเคาน์เตอร์แบรนด์ประเภทเครื่องหนังมานานกว่า 30 ปีแล้ว

        “อย่างไรก็ตามสำหรับตลาดในประเทศไทยที่รู้จักสินค้าของเราในแบรนด์ “มาร์เวล” แล้ว ในกลุ่มของบริษัทฯ ยังมีแบรนด์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคครบรสครบทุกรูปแบบการใช้งาน คือ เมย์ฟายน์, เฟนเนลี่ และคาร์เรน อีกทั้งยังมีสินค้าที่บริษัทฯ เป็นผู้ทีลิขสิทธิ์นำเข้า ได้แก่ “อเลนเดอรอง” (Alain Delon) และ “บีไซด์-ยู” (Beside-U) สำหรับในปี 2559 นี้ เรามุ่งมั่นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีแผนการพัฒนาองค์กรเพื่อให้สอดรับกับสมาคมอาเซียน เราเน้นการนำเอาเทคโนโลยีในรูปแบบออนไลน์เข้ามามีบทบาทและสื่อสารกกับผู้บริโภคในวงกว้างได้อีกด้วย” คุณภัค กล่าวทิ้งท้าย

 

ข้อมูลธุรกิจ

ชื่อกิจการ :   บริษัท ท้อปเท็น เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด (สำนักงานใหญ่)

ชื่อธุรกิจ   :   ท้อปเท็น เทรดดิ้ง กรุ๊ป (TTG) บริษัท ท้อปเท็น เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด (TG)

                  บริษัท เฟนเนลี่ จำกัด (FN) ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอกวัฒน์เครื่องหนัง (TLB)

ที่อยู่        :   107/19-21 ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงบางซื่อ  เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800

โทร         :   02-586-9941

ไลน์        :   @marwellhandbag

fb           :   marwellhandbagbesideu.th

website   :   www.toptentrading.com

 

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด