Home | Star Biz
“ลูลู่-ลาล่า” 2 คู่ซี้ปลื้มธุรกิจน้ำพริกบ้านเกิด แจ่วบองโบราณ แบรนด์ “ลู่ล่า ปลาร้าแซ่บเวอร์”
เขียนโดย Admin เมื่อ 02 พฤศจิกายน 2559 เวลา 09:30:19 น. | ผู้เข้าชม 3303 ครั้ง

“ลูลู่-ลาล่า” 2 คู่ซี้ปลื้มธุรกิจน้ำพริกบ้านเกิด แจ่วบองโบราณ แบรนด์ “ลู่ล่า ปลาร้าแซ่บเวอร์”

      หลังจากที่ไม่ได้ร้องเพลงคู่กันมานานถึง 2 ปี 2 ซุปตาร์อารมณ์ดี ไปที่ไหนฮาที่นั่น ล่าสุด!! ทำเอาขาแดนซ์ลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขากันอีกครั้ง “ลูลู่ – ลาล่า อาร์สยาม” ได้ฤกษ์ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด “รักครั้งแรด” ที่ร้องคู่กันมาเรียกรอยยิ้มจากแฟนเพลง ชูคอนเซ็ปต์ที่โดดเด้งซ้ายเด้งขวาเด้งหน้าเด้งหลังแบบฮาๆ เหมือนเดิม พร้อมเปิดตัวธุรกิจแจ่วบองสูตรโบราณแบรนด์ “ลู่ล่า ปลาร้าแซ่บเวอร์” ที่ทำร่วมกันมายั่วน้ำลายไหลย้อยกันไปตามๆ กันเลยทีเดียว

 

        หากจะพูดถึงธุรกิจของ 2 สาว นับว่ามีประสบการณ์ด้านธุรกิจที่ผ่านมาอย่างโชกโชน ล้มบ้าง เจ็บบ้าง แทบล้มจนไม่เหลืออะไร แต่เขาทั้ง 2 ก็ไม่ยอมท้อถอย กลับมองว่าเป็นบทเรียนใหม่ที่สามารถเริ่มใหม่ได้ตลอด ซึ่งเชื่อว่าไม่มีใครหรอกที่จะล้มไปตลอดชีวิต ต้องมีสักครั้งที่ความพยายามของเราจะทำให้เราประความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

        ถือฤกษ์เป็นโอกาสอันดีที่ 2 สาวสายฮา “ลูลู่-ลาล่า อาร์สยาม”ให้เกียรติกับทางนิตยสาร SMEs สร้างอาชีพ มาร่วมพูดคุยถึงธุรกิจล่าสุดของพวกเธอกับแจ่วบองสูตรโบราณแบรนด์ “ลู่ล่า ปลาร้าแซ่บเวอร์”

 


        เราทั้งสองคนผ่านร้อนผ่านหนาวในเรื่องของการทำธุรกิจมาเยอะมาก ซึ่งแต่ละครั้งที่เราทำธุรกิจก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเรา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจความสวยความงาม, ธุรกิจแฟชั่น ก็ตามสุดท้ายแล้วก็มานั่งคิดว่าการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารน่าจะเวิร์คและเหมาะสมกับเราที่สุด เราก็มาคิดกันว่าจะเริ่มต้นจากอะไรดี ซึ่งมองไปที่ปลาร้าเป็นอาหารพื้นบ้านที่เป็นถิ่นกำเนิดของเรา อีกทั้งเราก็ชอบกินปลาร้าด้วยกันทั้งคู่ เมื่อคิดว่าอยากจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างด้วยกันต้องเกี่ยวกับปลาร้าอย่างแน่นอน ก็มาตกลงกันแล้วก็จบด้วยอาหารพื้นบ้านของเราเองคือ “แจ่วบอง”

 

 

“แจ่วบอง” อาหารพื้นบ้านโบราณที่อยากนำเสนอ

        เมนู “แจ่วบอง” เป็นอาหารพื้นบ้านที่เราคิดค้นสูตรเองทั้งหมด ซึ่งจะเป็นรสชาติแบบโบราณ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพทั้งปลาที่นำหมักเป็นน้ำปลาร้า, พริกแห้งที่คั่วใหม่ๆ หอมๆ, มะเขือเทศคัดเกรดอย่างดี และเครื่องเทศแบบไทยๆ อีกหลายชนิดที่เป็นส่วนผสมของเมนูนี้ โดยรสชาติที่เราปรุงออกมานั้นจะมีรสเค็ม เผ็ด เป็นตัวนำ

        นำมาบรรจุใส่แพคเกจจิ้งแบบขวดแก้ว เมื่อก่อนเราจะบรรจุใส่แพคเกจจิ้งที่เป็นถ้วยพลาสติกจะมีปัญหาในเรื่องของอายุการเก็บรักษาไม่ได้นานเท่าที่ควร หลังจากเปลี่ยนแพคเกจจิ้งเป็นขวดแก้วแล้วการเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้นถึง 6 เดือน หากเปิดรับประทานแล้วก็ต้องปิดฝาให้แน่นแล้วเก็บไว้ในตู้เย็นการเก็บรักษาก็ยังคงสภาพเช่นเดิมได้เหมือนกัน อีกทั้งยังผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์และมีพลาสติกซีนปากขวดทุกขวดเพื่อให้ถูกหลักอนามัยด้วย

        สำหรับน้ำพริกอีสานอย่าง “แจ่วบอง” นี้ เราเชื่อว่าถ้าใครได้ลองซื้อไปรับประทานแล้วจะต้องกลัมาซื้ออีกอีก เพราะแจ่วบองของเราเป็นรสชาติที่ถูกใจคนไทยทั่วประเทศ ไม่ว่าเวลาไหนก็สามารถนำไปรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ แกล้มกับผักสดอย่าง แตงกวา แครอท มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว หรือจะเป็นผักลวกก็อร่อยเหมือนกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำมะม่วงเปรี้ยวมาจิ้มทานเป็นอาหารทานเล่นได้อีก

 

สินค้าตัวที่ 2 “น้ำปลาร้า ลู่ล่าปลาร้าแซ่บเวอร์”

        นอกจากแจ่วบองจะเป็นที่รู้จักทั่วไปแล้ว เราทั้ง 2 คนก็ยังมีสินค้าอีกตัวหนึ่งที่บอกเลยว่าขายดิบขายดีเช่นกัน คือ น้ำปลาร้า ที่เกิดจากการหมักปลาร้าด้วยสูตรของเราเองซึ่งเป็นแบบอีสานแท้ๆ เริ่มต้นด้วยการเลือกวัตถุดิบสำคัญอย่าง ปลา เราจะใช้ปลาน้ำจืดมาหมักกับรำใหม่ ข้าวคั่ว และเกลือ ใส่ไหหมักเอาไว้โดยประมาณ 7-8 เดือน ส่วนกลิ่น สี รสชาติจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนของปลา รำใหม่ ข้าวคั่ว และเกลือ ที่มีปริมาณสัดส่วนที่พอดีกัน ก็จะได้น้ำปลาร้านที่ดี ซึ่งถือว่าน้ำปลาร้าเป็นเมนูที่คุณค่าทางโภชนาการสูง เมื่อเทียบกับอาหารอีสานประเภทอื่นๆ

        น้ำปลาร้าของเราจะบรรจุใส่ขวดพลาสติก ขนาดประมาณ 30 มิลลิลิตร ติดแบรนด์ “ลู่ล่า ปลาร้าแซ่บเวอร์” ทุกขวดซีนด้วยพลาสติกเช่นกัน สินค้าของเราจะเน้นความสะอาดเป็นหลัก เพราะเราอยากให้ลูกค้าที่ซื้อไปรับประทานแล้วเชื่อว่าสินค้าของเราอร่อย ถูกหลักอนามัยทุกชิ้นที่ออกไปจากมือของเรา

 

สร้างแบรนด์ “ลู่ล่า ปลาร้าแซ่บเวอร์”          

        เป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราไม่ต้องคิดอะไรมากมายเลยในเรื่องของแบรนด์หรือโลโก้ที่เราจะมาติดเป็นฉลากบนขวด เราใช้หน้าตาองเราทำมาหากกินค่ะ (หัวเราะ) ก็คือทุกคนรู้จักเรากันอยู่แล้ว ก็เอารูปหน้าเราเป็นพรีเซนเตอร์ซะเลย ส่วนชื่อแบรนด์ก็มาจาก ชื่อของเรา 2 คน ลูล่า เมนูปลาร้าอร่อยๆ ก็แซบเวอร์เลยค่ะ เลยมารวมๆ กันเป็น “ลู่ล่า ปลาร้าแซ่บเวอร์”

 

สินค้าตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย

        ตอนที่เราคิดที่จะทำทั้งน้ำปลาร้าและแจ่วบองโบราณ ไม่ทันได้คิดเลยว่ากลุ่มเป้าหมายของเราคือใครนะ (หัวเราะ) แต่คิดแค่ว่าอยากขายสินค้าในสิ่งที่ตัวเองถนัด ที่อยากกิน ที่อยากทำ ที่อยากขาย แค่นั้นเอง แต่พอทำไปแล้วก็แรกๆ ก็เอาไปให้เพื่อนๆ ชิมก่อน พออร่อยก็บอกให้เราทำขายเลย อันนี้ก็เป็นตัวจุดประกายที่คิดว่าสินค้าของเราต้องขายได้อย่างแน่นอน พอเราทำสินค้าออกมาเสร็จก็เริ่มจำหน่ายจากกลุ่มเพื่อนๆ ก่อน สำหรับแจ่วบอง ราคาขวดละ 100 บาท ส่วนน้ำปลาร้า ราคาขวดละ 50 บาท ซึ่งราคาไม่ได้เป็นอุปสรรคกับยอดขายเลย เพราะว่าเราขายคุณภาพของสินค้ามากกว่า

        “แจ่วบอง” กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่แรกๆ ที่เราจำหน่ายก็จะเป็นเพื่อนๆ ในกลุ่มวงการเดียวกัน เอากลับบ้านไปก็แบ่งกันรับประทาน พออร่อยแล้วก็เกิดการบอกต่อ ส่วน “น้ำปลาร้า” ลูกค้าก็จะสั่งไปทำส้มตำ ผสมกับอาหารพื้นบ้าน จากนั้นก็มีคนสนใจและติดต่อเข้ามาอยากจะขอเป็นตัวแทนจำหน่ายบ้างเราก็เห็นช่องทางการทำธุรกิจตรงนี้จึงเปิดโอกาสให้กับคนที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตนเองแต่ไม่มีสินค้าจำหน่ายก็สามารถติดต่อเข้ามาหาเราได้ ซึ่งเราก็จะจัดส่งให้ทุกวัน ในส่วนของการสั่งสินค้าเท่าไหร่นั้นก็ต้องคุยกันเป็นรายๆ ไป

 

ลูลู่-ลาล่า ฝากทิ้งท้ายนิดหน่อย

        ธุรกิจตรงนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จอันรวดเร็วของเรา เรามองอนาคตว่าการจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับของกินสามารถเติบโตได้ตลอด และเป็นช่องทางการทำมาหากินได้ง่ายด้วย สำหรับใครที่สนใจสั่งซื้อหรือต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายแจ่วบองโบราณและน้ำปลาร้า แบรนด์ “ลู่ล่า ปลาร้าแซ่บเวอร์” ก็สามารถติดต่อกันเข้ามาได้นะคะ ตอนนี้เราก็มีสาขาที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในแต่ละภาคพอประมาณ อาทิ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ภูเก็ต ฯลฯ นอกจากนี้ก็อยากจะฝากถึงผลงานซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด!! “รักครั้งแรด” ที่เป็นเพลงสไตล์สนุกสนาน มีท่าเต้นเป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตามเข้าไป Subscribe, Like, Follow ในโซเซียลกันเยอะๆ นะคะ 

 

ข้อมูลธุรกิจ

ชื่อธุรกิจ  : ลู่ล่า ปลาร้าแซ่บเวอร์

โทร    :   094-230-8384

Line id   :  lulaplarazapver

IG      :   lulaplarazapver

FB      :   lulaplarazapver

 

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด