Home | News (New Product)
กทปส. ร่วมกับ ม.นเรศวร พัฒนาระบบแพทย์ทางไกลกับเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งอนาคต
เขียนโดย Admin เมื่อ 08 สิงหาคม 2560 เวลา 07:50:07 น. | ผู้เข้าชม 49 ครั้ง

        กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. เดินหน้าพัฒนาระบบแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก พัฒนาโครงการต้นแบบต่อยอดระบบแพทย์ไกลจากเดิมให้เชื่อมโยงบน smart phone สู่ระบบ Mobile Application เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์ในประเทศไทย

        รศ.ดร.ไพศาล มุณีสว่าง อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โครงการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง ถือได้ว่าเป็น Model ต้นแบบให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ชนบท พื้นที่ห่างไกล กับโรงพยาบาลศูนย์ฯ โรงบาลใหญ่ในพื้นที่เขตเมือง หรือ กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันได้ทำการทดลองวางระบบ เชื่อมต่อการทำงานเข้ากับโรงยาบาลภายใต้การทำงานของมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก 9 แห่ง โรงพยาบาลศูนย์อีก 2 แห่ง รวมแล้ว 12 โรงพยาบาล ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยในระบบฐานข้อมูลกว่า 3.6 ล้านราย โดยได้ทำการศึกษาวิเคราะห์และนำโจทย์ด้านเทคโนโลยีเข้ามาผนวกใช้ ซึ่งจากปัญหาที่ได้ทำการศึกษา คือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้อยู่กับที่ มีการเดินทางอยู่ตลอดเวลา ผู้ป่วยไม่สามารถที่จะรอได้ ต้องการการรักษาอย่างทันที ดังนั้น ระบบแพทย์ทางไกลที่ดีตอบโจทย์ คือ ระบบโทรศัพท์ทางไกล หรือที่เรียกว่า Mobile Application บน smart phone ที่สามารถให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเชื่อมต่อ สามารถให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลา

รศ.ดร.ไพศาล กล่าวอีกว่า ระบบแพทย์ไกลในการพัฒนาโครงการ ร่วมกับ กทปส. ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ถึงปัญหาด้านการสื่อสาร การใช้และแก้ไขด้วยระบบเทคโนโลยี การเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะสมทุกช่วงเวลา และพฤติกรรมส่วนใหญ่ของแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาแบบเร่งด่วนฉุกเฉิน ดังนั้น การผลักดันระบบแพทย์ทางไกลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่าน Mobile Application บน smart phone เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ และด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารปัจจุบันและในอนาคตที่มีความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งการพัฒนาระบบดังกล่าวได้ทำการศึกษาและให้ความสำคัญทั้งสิ้น คือ

  • Data Center ระบบสัญญาณภาพ เสียง ความคมชัดและเป็นปัจจุบัน อาทิ การรักษาการอ่านภาพระบบ DICOM (Digital Imaging and Communications in Medicine) ของผู้ป่วยในลักษณะดิจิตอล โดยสามารถสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างการรักษาได้
  • Consultant โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านโทรศัพท์ หรือ แท็บเล็ต ผ่าน VDO Call อาจเป็นการผ่าตัด หรือ กรณีผิดปรกติทางร่างกาย การตรวจครรภ์ทางไกล ด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ทำให้อำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างผู้รับคำปรึกษา (พยาบาล) และผู้ให้คำปรึกษา (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ) แบบทันทีทันใด เปรียบเสมือนทั้งผู้ขอและผู้รับคำปรึกษาอยู่ในสถานที่เดียวกัน
  • E-Learning การสื่อสารผ่านระบบมัลติมีเดียสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและเนื้อหาทางการรักษา ซึ่งนักเรียนแพทย์สามารถสื่อสารกับแพทย์ที่กำลังทำการรักษาผู้ป่วยได้ และสามารถเก็บเป็นฐานข้อมูลในการศึกษาหรือตัวอย่างโรคในครั้งต่อไป

         "แนวทางในการต่อยอด การพัฒนาโครงการในอนาคต หากระบบแพทย์ทางไกลได้รับการส่งเสริมพัฒนาถึงขีดสุด คาดว่าจะสามารถลดปัญหาด้านทรัพยากรบุคคลทางการแพทย์ งบประมาณ ช่องว่างทางการรักษาได้ อาจเรียกได้ว่า "สามารถสร้างโรงพยาบาล ที่ไม่ต้องก่อสร้างอาคาร ไม่ต้องทุ่มงบประมาณ" เทคโนโลยีถือเป็นบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการแพทย์ ในอนาคตหากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีการสื่อสารอาจช่วยให้ผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้านสื่อสารกับแพทย์ได้โดยตรง แพทย์ที่เกษียณอายุอาจใช้ความรู้ความสามารถรักษาผู้ป่วยผ่านเครื่องมือการสื่อสาร หรืออาจเกิดคลินิกออนไลน์มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสื่อสารกับผู้ป่วย พิมพ์เอกสารสั่งยาผ่าน application บน smart phone ซึ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ ตราบที่เทคโนโลยียังคงเดินหน้า บุคลากร นักคิด นักวิจัยยังคงขับเคลื่อน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษายังให้การสนับสนุนเดินหน้าพัฒนาต่อไป" รศ.ดร.ไพศาล กล่าวทิ้งท้าย

 

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด