Home | Inspiration
‘เม๋ - ฐิติมา ศิริพจน์’ เด็กบ้านนอกผู้มีชีวิตเลขศูนย์เป็นทางตันพลิกชะตาลัดฟ้าไป Start Up อาชีพที่เดนมาร์ก ก่อนทะยานสู่เป้าหมาย
เขียนโดย Admin เมื่อ 28 มกราคม 2561 เวลา 06:33:37 น. | ผู้เข้าชม 52 ครั้ง

‘เม๋ - ฐิติมา ศิริพจน์’

เด็กบ้านนอกผู้มีชีวิตเลขศูนย์เป็นทางตันพลิกชะตาลัดฟ้าไป Start Up อาชีพที่เดนมาร์ก

ก่อนทะยานสู่เป้าหมาย CEO ร้อยล้าน จากธุรกิจธรรมชาติ AVERPURE

แม่กุญแจตัวสำคัญไขความลับเส้นทางแห่งความสำเร็จ

                "กว่าเม๋จะก้าวมาสู่จุดนี้ได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่มีใครคิดหรอกว่าผู้หญิงบ้านนอกตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมาอยู่ต่างที่ต่างแดน แต่เม๋ก็ใช้ชีวิตด้วยการเรียนรู้และลงมือทำจนกระทั่งเปิดบริษัทเองอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งจุดเริ่มต้นเกิดจากเม๋เป็นภูมิแพ้เมื่อปี 2014ส่งผลให้ผิวแพ้ง่ายด้วย จึงคิดว่าจะใช้อะไรเพื่อบำรุงผิวหน้าและผิวกายเพื่อให้ปัญหานี้หมดไป โดยมีน้ำมันเป็นส่วนผสมเมื่อนำเอามาทดลองใช้กับตัวเองก็ได้ผลดี ไม่มีอาการแพ้ใดๆ และให้เพื่อนทดลองใช้ด้วย ซึมซาบเร็วและไม่เหนียวเหนอะหนะ จึงค้นพบประโยชน์อันทรงพลังของน้ำมัน เช่น น้ำมันโรสฮิป (Rosehip) น้ำมันจากเมล็ดอาร์แกน (Argan) น้ำมันโจโจบา (Jojoba) และอื่นๆ ส่วนประกอบสำคัญในเครื่องสำอางสกัดจากธรรมชาติ 97% จึงเป็นที่มาของแบนด์ AVERPURE มีสโลแกนว่า "The Touch of Nature" ธุรกิจตั้งต้นที่ทำให้เม๋มีชีวิตเดินต่อไปได้ในทุกวันนี้

                หากพูดถึงความสำเร็จในชีวิตมันมักจะประกอบไปด้วยอะไรหลายอย่าง ความอดทน ความพยายาม โอกาส หรือโชคชะตา คำตอบคือทุกข้อมันใช่หมด สำหรับเด็กผู้หญิงบ้านๆ คนหนึ่ง ‘คุณเม๋ - ฐิติมาศิริพจน์’ ชาวจังหวัดระยองผู้อาภัพในเรื่องของครอบครัวและชีวิตรักแต่ก็มีโอกาสที่ดีในเรื่องการศึกษา ด้วยความเพียรพยายาม ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ และหารายได้เสริมหาเม็ดเงินให้กับตัวเองและครอบครัว นี่คือแรงผลักดันให้เธอตัดสินใจกล้าที่จะโกอินเตอร์ลัดฟ้าไปทำงานในต่างประเทศก่อนที่จะเข้าสู่โลกออนไลน์แล้วผันตัวเองมาเป็น CEO เจ้าของแบรนด์ AVERPURE ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างไม่มีใครคาดคิด

 

                “เม๋มีน้องชาย 2 คน เราเป็นคนโต พ่อแม่แยกทางกัน มาจากครอบครัวที่ยากจนเคยถึงขนาดไวไวหนึ่งซองต้องต้มใส่น้ำเยอะๆ เพื่อที่จะแบ่งกันกิน 3 คน แต่เราก็ยังดีมีโอกาสที่ได้เรียนจบ ปวช. สาขาก่อสร้างที่ระยอง จบ ปวส.ก่อสร้าง ที่ บางพลี จบตรี สาขาบริหารงานก่อสร้างที่เดนมาร์ก หลังจากเรียนจบ ปวช.ทำงานเป็นโฟร์แมนคุมงานก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรร 1 ปี แต่เป็นคนที่ชอบเรียน จบปวช.มันน้อยไปจึงตัดสินใจมากรุงเทพฯ หางานทำที่บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เงินเดือน 4,000 บาท แผนกเขียนแบบก่อสร้าง เก็บเงินเรียน ปวส. ภาคค่ำ รร. เอกชนแห่งหนึ่งย่านบางพลี ค่าเทอมตอนนั้นก็นับว่าแพงมาก ค่าเช่าห้องเล็กๆ ก็เดือนละ 600 บาท ต้องเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าเทอม ส่วนหนึ่งส่งให้แม่ เงินที่เหลือก็กระเบียดกระเสียรใช้ชีวิต 2 ปีอยู่ที่ทำงานกับ รร. ไม่มีเวลาใช้ชีวิตแบบเด็กสาวทั่วไปจนจบ ปวส. ทำงานอยู่กรุงเทพฯ 5 ปี”

 

                “วันหนึ่งชีวิตพลิกผันอกหักอย่างแรง จากนั้นไม่นานเพื่อนชวนไปเดนมาร์ก ตัดสินใจไปคิดแค่ว่าอยากไปให้ไกลที่สุด ชีวิตที่เดนมาร์กไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ เราเหมือนเริ่มนับศูนย์ใหม่เลย ต้องเรียนภาษาเขาในภาคค่ำ งานก็ต้องทำไปด้วย มีอะไรให้ทำ ทำหมด ตั้งแต่งานทำความสะอาด งานโรงงาน งานปูผ้าที่โรงแรม เรียนภาษาก็ต้องเรียน 2 ปีครึ่งจนจบ สอบเทียบจนจบ ม.3 พออยู่ได้ 3 ปี ขอใบอยู่ถาวรแต่ก็ยังไม่ลืมความฝันตัวเองว่าชีวิตไม่อยู่แค่นี้ มีโอกาสเรียนต่อในสายงานที่ตัวเองจบมาจากไทยจนจบปริญญาตรี สาขาบริหารงานก่อสร้าง ระหว่างเรียนก็ต้องทำงานช่วงเสาร์-อาทิตย์ เป็นผู้ช่วยดูแลคนแก่ เพื่อที่จะให้อยู่รอด ตอนนั้นเลือดตาแทบกระเด็น เรียนก็หนักงานก็ต้องทำ สู้ชีวิตมาคนเดียวตลอด 4 ปี ก็จบ ก็หางาน ในสายที่เรียนมาอยู่ครึ่งปีก็ได้งานราชการที่อำเภอในตำแหน่ง ผู้อนุมัติการก่อสร้างก็ทำมาจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นความภาคภูมิใจในตัวเองที่สุดก็ว่าได้”

 

                “ด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง และคิดว่าจะทำอย่างไรให้อยู่รอดได้ในกรุงเทพฯ และมีชีวิตที่ดีขึ้น เราก็พยายามหางานเสริมงานประจำทำตลอด พอมีพี่ที่ทำงานชวนไปขายตรง MLM ใจจริงก็ไม่ชอบหรอก ก็ลองไปแต่ปิดใจตลอด พยายามเรียนรู้ ลองทำเป็นปี พูดจนเหนื่อยเพื่อนก็ไม่ซื้อ รู้สึกเหนื่อยท้อ บอกกับตัวเองหลายครั้งว่าต้องสู้เพื่ออนาคตและพ่อแม่ เราอยู่เดนมาร์กก็พยายามหารายได้เสริมและเป็นเพราะเป็นคนไฮเปอร์อยู่นิ่งไม่ได้ ก็หาอะไรมาขาย นำเข้าจากจีนแล้วก็ลงขายในเว็บดังๆในต่างประเทศ 2 เว็บ แรกๆ ก็ขายดีไปๆ มาๆ ก็มีคู่แข่ง ทำให้ยอดตกมากก็เลิกไป”

                “ธุรกิจในยุค Connectivity พี่คิดว่ามีความสำคัญมาก ในการเชื่อมโยงธุรกิจ ไทย และระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน จะเป็นการพลิกโฉมการทำธุรกิจที่สำคัญ และจะทำให้ธุรกิจพัฒนาและขยายตัวแบบก้าวกระโดด และช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงอีกด้วยและที่ไม่ควรมองข้ามในการเข้าถึงลูกค้าในยุคดิจิตอล เทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ต และการสื่อสารผ่านเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ (social network) ที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายและยังเป็นการสื่อสารได้อย่างรวดเร็วทันต่อความต้องการ และเข้าถึงได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกที่และทุกเวลาการทำธุรกิจในยุคใหม่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยการเชื่อมโยงสังคมออนไลน์ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการทำธุรกิจในยุคใหม่เพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราควรเรียนรู้เพื่อที่จะไม่ตกเทรนด์”

 

                “เราคิดว่าธุรกิจตอนนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น เป้าหมายของพี่ไม่ได้อยู่แค่ที่ไทยและที่เดนมาร์ก มันจะต้องไปถึงประเทศเพื่อนบ้านสมาชิกอาเซียน, กลุ่มสแกนดิเนเวียน และยุโรป ทำและศึกษามานานคือเขียนโปรแกรม ระบบเว็บไซต์, blogger เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ดูแลสุขภาพ และเล่นโยคะอาทิตย์ละ 2 หรือ 3 ครั้ง แล้วแต่ว่าจะมีเวลามากน้อย พี่ทำงานเยอะจำเป็นมากที่จะต้องออกกำลังกาย โยคะเป็นวิธีหนึ่งที่ได้ทั้งออกกำลังกาย และการผ่อนคลายการได้อยู่กับตัวเองได้ดีที่สุดสำหรับพี่ ยิ่งอายุมากขึ้น ก็ต้องดูแลสุขภาพให้มากขึ้นด้วย”

                “ชีวิตในการทำงาน ได้ลองผิดลองถูก ไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองเลย และเรียนรู้ด้วยตนเองตลอด ยิ่งในยุคที่เรามีเทคโนโลยีที่พร้อม คิดว่ามันทำให้เราทำอะไรได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าเราจะอยู่ตรงไหนในโลกใบนี้ เพียงแต่เรามีโน้ตบุ๊ค และ สมาร์ทโฟน ก็สามารถทำงานได้ทุกๆที่ มี อินเตอร์เน็ต ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีก่อนไม่สามารถนั่งอยู่เดนมาร์กแล้วทำธุรกิจที่ไทยได้ แนวคิดในการเริ่มทำธุรกิจเริ่มจากธุรกิจเพื่อครอบครัว เพื่อยกระดับครอบครัว และแนวคิดนี้ก็ส่งทอดไปยังตัวแทนจำหน่ายทุกคนเพื่อที่เราจะเติมโตไปด้วยกัน ด้วยความที่เป็นคนชอบท่องเที่ยวจะพาตัวแทนจำหน่ายที่สะสมแต้มได้ตามเป้าไปเที่ยวปีละครั้ง

 

                “อย่างไรก็ตามเราอย่ามัวตัดพ้อกับต้นทุนชีวิตที่ไม่เท่ากันจงใช้มันเป็นแรงผลักดันเพื่อพัฒนาตัวเอง แต่ละคนล้วนมีภูมิหลังในชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งส่งผลให้เรามีโอกาสในชีวิตที่ต่างกันตามไปด้วย ถ้ามัวแต่เอามาคิดเปรียบเทียบกับตัวเองให้เกิดปมด้อยเรียกได้ว่ายอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงแข่ง ต่อให้พื้นฐานที่มีไม่เท่ากันก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ถ้าคุณเพียงพยายามเรียนรู้เพิ่มเติมศักยภาพให้กับตัวเองและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ไม่ว่าคุณมาจากต้นทุนชีวิตที่ดีหรือไม่ดี คุณก็จะประสบความสำเร็จได้ มีใครที่ไม่เคยผ่านพบปัญหาอุปสรรคหนักๆ ในชีวิต หลายครั้งที่ปัญหาหนักหนาจนยากเยียวยา หันหน้าไปพึ่งใครก็มืดมิดไร้หนทางหาทางออก หยุด! คิดวกวนไม่ผิดที่จะเสียใจ กังวลกับเรื่องที่เจอมา แต่!ต้องรีบลุกขึ้นสู้ เพราะทุกปัญหาล้วนมีทางออกเพียงแต่ต้องให้เวลากับมัน ทุกคนต่างต้องเดินไปข้างหน้า และเพื่อการข้ามผ่านไปอย่างแข็งแกร่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างพลังเพื่อเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส” คุณเม๋ กล่าวอย่างภูมิใจ

 

ข้อมูลธุรกิจ

ชื่อธุรกิจ :               AVERPURE ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากธรรมชาติ

รูปแบบธุรกิจ    :  รับตัวแทนจำหน่าย

Tel          :               098-442-6956

fb            :               AverPureThailand

line         :               @averpure

ig             :               averpure

 

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด