Home | News (Events)
DITP แนะช่องทาง SMEs ไทยบุก สปป. ลาวสร้างฮับทางธุรกิจเส้นทางลัดสู่ AEC แบบมืออาชีพ สุดยอด!!! มหกรรม TOP THAI BRANDS 2018
เขียนโดย Admin เมื่อ 06 มีนาคม 2561 เวลา 20:15:09 น. | ผู้เข้าชม 691 ครั้ง

 

DITP แนะช่องทาง SMEs ไทยบุก สปป. ลาว
สร้างฮับทางธุรกิจเส้นทางลัดสู่ AEC แบบมืออาชีพ
สุดยอด!!! มหกรรม TOP THAI BRANDS 2018

 

 

        DITP ไทย ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าลาว เตรียมจัดงานครั้งใหญ่ TOP THAI BRANDS 2018 งานแสดงสุดยอดเครือข่ายไทย-ลาว เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในด้านการค้าระหว่างกัน โดยมีผู้ประกอบการไทย-ลาว กว่า 200 บูธชั้นนำ ร่วมกันสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับเศรษฐกิจภูมิภาค AEC ระหว่างวันที่ 7-11 มีนาคม 2561

        คุณยานี ศรีมีชัย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ สถานเอกอัครทูตแห่งราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีหน้าที่ในการแสดงศักยภาพสินค้าส่งออกชั้นนำของไทยให้แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาคได้รู้จัก ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ยอดเครือข่าย ไทย-ลาว ภายใต้ธีมงาน Modern SMEs Networking ระหว่างวันที่ 7-11 มีนาคม 2561 Lao ITECC (ตึกเก่า) นครเวียงจันทน์ สปป. ลาว ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า บริการแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักและเชื่อมั่น ตลอดจนสร้างความต้องการในตลาด สปป. ลาว และสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดพลังความร่วมมือกันสูงสุดของผู้ประกอบการไทย และสปป.ลาว

 

 

        โดยภายในงานเป็นการนำเสนอสินค้าไทย และบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐานส่งต่อสู่ประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงนวัตกรรมสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าไทยให้กับกลุ่มเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นเสริมสร้างผู้เข้าชมที่จะได้พบกับการแสดงต่างๆ และการจำหน่ายสินค้า การเจรจาธุรกิจ และการสัมมนา/อบรม จำนวน 200 บูธ โดยแบ่งออกเป็น ผู้ผลิตจากประเทศไทยที่ผ่านการเรียนและอบรมจากกรมส่งเสริมการส่งออกประมาณ 180 บูธ และจาก สปป. ลาว 20 บูธ ซึ่งทางกรมฯ สนับสนุนผู้ประกอบการให้ออกบูธ ฟรี!!!

 

        อีกทั้งภายในงานยังมีสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง ของใช้ภายในบ้าน ธุรกิจบริการ แฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม ธุรกิจปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมภายในงานเป็นอย่างมากถือว่าเป็นกิมมิคที่โดดเด่น มีผู้ออกบูธถึง 10,000 ราย และพบกับกิจกรรมพิเศษ โดยเซเลบริตี้ชื่อดังจากเมืองไทยก้าวสู่เวทีโลกในการเป็นแรงบันดาลใจการทำธุรกิจเป็นของตนเอง และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรงในวงการร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยคาดว่าการจัดงานในครั้งนี้จะมีนักธุรกิจที่เข้าร่วมงาน ผู้เข้าชมงานทั่วไปประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไปในประเทศลาวที่จำนวนประชากรโดยประมาณ 6.8 ล้านคน เข้าร่วมกว่า 50,000 คน เงินสะพัดภายในรวมกว่า 200 ล้านบาทคนลาวส่วนใหญ่ใช้สินค้าไทยอยู่ที่ประมาณ 60% ถือว่าเป็นแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจที่ดีมูลค่ารวมร้อยละ 5 ส่วนการภาคตลาดส่งออกอยู่ที่ - 1 เนื่องจากประชากรบางส่วนใน สปป. ลาว นำเอาวัตถุดิบในประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย

 

        ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานสำหรับในปี 2561 นี้ ยังมีไฮไลท์ที่น่าสนใจพิเศษด้วยกิจกรรมใหม่อย่าง Business Matching ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อให้นักธุรกิจไทย-ลาวได้มีการเจรจาธุรกิจและแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านธุรกิจซึ่งกันและกันในหลายด้าน อาทิ ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม สถานบันเทิง ธุรกิจ Wholesale ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยวจากการสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้น รถไฟฟ้าความเร็วสูงจาก คุนหมิง ประเทศจีน การสร้างถนนเชื่อมในหลายพื้นที่ให้สะดวกสบายมากขึ้น ธุรกิจแฟรนไชส์ที่เติบโตใน สปป. ลาว อีกกว่า 10 แบรนด์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบูธธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศไทยร่วมออกบูธด้วย อาทิ CP มิตรผล ดอยคำ ปูนซีเมนต์ แลตตาซอย เป็นต้น เพื่อให้การเจรจาธุรกิจครบองค์รวมแบบมีชั้นเชิง

        ต่อมาเป็นอีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจที่จัดขึ้นเฉพาะ ในเรื่องของยุคเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำด้วยการจัดการแสดงนิทรรศการ เพื่อต่อยอดและเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้และนำเอาไปใช้ประโยชน์ต่อไปอย่างโครงการพระราชดำริ เป็นต้น รวมไปถึงการจัดกิจกรรมสัมมนาโดยการเรียนเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมให้ความรู้ภายในงานหัวข้อต่างๆ ดังนี้ พฤติกรรมลูกค้ากับการตลาดยุคดิจิตอล, Nero Marketing กลยุทธ์การตลาด, เพิ่มลูกค้าใหม่ไร้พรมแดนด้วยการตลาดออนไลน์, Branding and Packaging ดึงดูดลูกค้า, Facebook Marketing ตลาดไร้พรมแดน ซึ่งกิจกรรมนี้เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการใน สปป. ลาว ได้มีกระบวนการการทำธุรกิจง่ายๆ แบบ One Stop Service

 

        ณ วันนี้เรียกได้ประเทศลาวเป็นประเทศที่ติด 1 ใน 3 ของนักลงทุนที่ต้องการไปเปิดตลาด ลักษณะทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยชีวิตประจำวันที่มีการใช้ชีวิตคล้ายคลึงกับประเทศไทย ทำให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจหลายด้านย่อมเติบโตไปในทิศทางบวก โดยเฉพาะสินค้าที่มีนอกจากคุณภาพและมาตรฐานแล้ว ราคาก็ไม่ต่างกัน เร็วๆ นี้ ธุรกิจโรงพยาบาลอย่าง โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ก็เตรียมตัวเปิดตลาดที่ สปป. ลาว เช่นเดียวกัน ดังนั้นหากผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเปิดตลาด AEC เพียงศึกษากฎระเบียบ กฎหมายการทำธุรกิจ ให้เข้าใจและปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โอกาสในการเติบโตระยะยาวอย่างแน่นอน

 

        สนใจหรือสอบถามข้อมูลธุรกิจประเทศลาวได้ที่ AEC Business Center ติดต่อข่าวสารและรับทราบรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://ditp.go.th  HOTLINE โทร.1169

 

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด