Home | News (New Biz)
สิทธิพิเศษที่นักธุรกิจไทยควรรู้ หลายอย่างที่เราไม่รู้หรือเราเพิกเฉยอาจทำให้เราเสียสิทธิ์บางอย่างไปอย่างน่าเสียดาย
เขียนโดย Admin เมื่อ 16 สิงหาคม 2561 เวลา 08:41:31 น. | ผู้เข้าชม 1648 ครั้ง

สิทธิพิเศษที่นักธุรกิจไทยควรรู้

 

หลายอย่างที่เราไม่รู้หรือเราเพิกเฉยอาจทำให้เราเสียสิทธิ์บางอย่างไปอย่างน่าเสียดาย เช่นเดียวกับสิทธิพิเศษที่เป็นข่าวอยู่พักหนึ่ง นั่นคือข่าวที่ว่าสรรพากรยกเว้นภาษีให้กับ “แจ็ก หม่า” ตามเงื่อนไขของ BOI ถึง 13 ปี

 

งานนี้คงต้องมาวิเคราะห์ข่าวนี้ให้ลึกลงไปครับว่า Alibaba Group เขาอาศัยการสนับสนุนจากการเข้ามาลงทุนในประเทศในการยกเว้นภาษีนิติบุคคลผ่าน BOI ซึ่งจริงๆ ก็มีบริษัท IT ในไทยหลายๆ บริษัทได้รับเช่นเดียวกัน อย่างตอนที่ Rakuten จากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนกับบริษัท TARAD.com เองก็ได้รับสิทธิพิเศษนี้โดยไม่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกัน แต่ปรากฏว่าไม่ได้ใช้สิทธิภาษีนี้เลยตลอด 6 ปีที่มาลงทุน ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้น Rakuten TARAD ได้สิทธิ์นี้ 7-8 ปี แต่ทำไมครั้งนี้ Alibaba Group ได้ถึง 13 ปี? แต่ก็ถือเป็นการดึงให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนและกระตุ้น E-Commerce ในไทยครับ

 

ธุรกิจของไทยก็รับสิทธิ์ได้

สิทธิพิเศษหลายๆ อย่างจาก BOI โดยเฉพาะการไม่ต้องเสียภาษีนิติบุคคลเมื่อสิ้นปีตลอดอายุการสนับสนุน จึงเป็นเรื่องปกติของรัฐที่ต้องการดึงนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในกลุ่มธุรกิจเพื่อช่วยพัฒนาประเทศ อยากบอกว่าบริษัทของคุณเองก็รับสิทธิพิเศษนี้ได้

 

ตอนที่ผมเปิดบริษัท TARADb2b.com เป็นบริษัทที่พัฒนาระบบ B2B แบบ Alibaba เลยเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วก็ได้รับสิทธิพิเศษนี้เช่นกัน ใครที่อยากรู้ว่าประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริมการลงทุนมีอะไรบ้างลองไปหาดูได้จากเว็บไซต์ของ BOI (www.boi.go.th) แต่ถึงแม้ว่าจะได้ BOI ยกเว้นภาษีนิติบุคคล แต่ก็ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี VAT นะครับ ฉะนั้นทุกรายการที่ขายได้ของ Alibaba Group จะถูกนำไปคิด VAT แต่รายการไหนของเขาที่จะโดนบ้างอันนี้แหละที่ยังติดใจสงสัยอยู่ เพราะสินค้าที่นำเข้าจากจีนได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

-       การยกเว้นจาก FTA ไทย-จีน

-       การยกเว้นจากการนำสินค้าเข้ามาผ่านทางไปรษณีย์ หากสินค้ามีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ไม่ต้องเสียภาษี (ข่าวว่ากลุ่ม Alibaba พยายามขอดันขึ้นไปให้ถึง 3,000 บาท)

 

สิทธิพิเศษที่นักธุรกิจไทยยังไม่รู้

ภาครัฐเองได้เตรียมการสนับสนุนเอกชนไทยไว้มากมายเลยทีเดียวแต่ติดที่ว่าเอกชนไทยส่วนใหญ่มักไม่รู้ถึงสิทธิพิเศษนี้มากกว่า เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้ว คงต้องกลับมามองดูตัวเราแล้วว่า เราจะขอสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ภาครัฐจัดเตรียมใว้ให้เหล่านี้อย่างไร

 

ตัวอย่างที่ภาครัฐให้การสนับสนุน เช่น

      สิทธิประโยชน์สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี เช่น

-       สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) มีเงินสนับสนุนให้กับหลายๆ โครงการวิจัย การพัฒนา ตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักหลายล้านบาท ลองดูเพิ่มได้ที่ www.nia.or.th

-       สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ก็มีเงินทุนช่วยเหลือเช่นเดียวกัน ลองเข้าไปดูได้ที่ www.depa.or.th/th/funds

 

      การสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การจะไปดูงานหรือการแสดงสินค้าที่ต่างประเทศ ภาครัฐก็มีการสนับสนุนมาตลอด ทั้งค่าบูธในงาน หรืออาจมีค่าเดินทางด้วย ขึ้นอยู่กับแต่ละงานและโครงการ ลองเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.ditp.go.th

 

สิทธิพิเศษที่ภาครัฐได้เตรียมไว้จริงๆ มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแต่ยังภาคธุรกิจเอกชนของไทยยังขาดการรับรู้ ต่อไปนี้คงต้องคอยขวยขวายและสอดส่องว่าภาครัฐได้เปิดโอกาสอะไรให้แล้วบ้าง

ในส่วนของรัฐเองก็ต้องเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้กับภาคเอกชนของไทยให้ได้ทราบเช่นกันว่ามีสิทธิพิเศษหรือการสนับสนุนอะไรให้เขา อย่าปล่อยให้ต่างชาติมาตักตวงสิทธิพิเศษเหล่านี้ไปได้เท่านั้น เราต้องช่วยกันเองด้วย


• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด