Home | News (New Biz)
รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ลงพื้นที่ชุมพร หนุน CAT เพิ่มศักยภาพสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 5 รับ ASEAN Digital Hub พร้อมเร่งส่งต่อการใช้ประโยชน
เขียนโดย Admin เมื่อ 22 สิงหาคม 2561 เวลา 09:26:37 น. | ผู้เข้าชม 1911 ครั้ง

      รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ลงพื้นที่ จ.ชุมพร ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ สนับสนุน บมจ.กสท โทรคมนาคม เพิ่มประสิทธิภาพสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 5 ให้พร้อมเป็น ASEAN Digital Hub จากนั้นได้ติดตามการใช้ประโยชน์จากโครงการ "เน็ตประชารัฐ" ที่ บ.เขาชันโต๊ะ อ.เมือง ย้ำวิทยากรแกนนำ เร่งถ่ายทอดความรู้ให้กลุ่มเป้าหมายได้นำไปสร้างประโยชน์แก่ชุมชน พร้อมลงพื้นที่ร้านวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ หนุนไปรษณีย์ไทยใช้โครงการ POS ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยในการลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของกระทรวงฯ ว่า กระทรวงดิจิทัลฯ โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินงานด้านสถานีเคเบิลใต้น้ำ "ชลี 5" ซึ่งเป็น 1 ใน 5 สถานีเคเบิล ใต้น้ำ ของ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) โดยปัจจุบันสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 5 ใช้เป็นสถานีจุดขึ้นบกของโครงข่าย ใยแก้วนำแสงใต้น้ำในประเทศ ซึ่งเป็นโครงข่ายหลักเชื่อมต่อระหว่างสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 1 จ.เพชรบุรี สถานีเคเบิล ใต้น้ำ ชลี 2 จ.สงขลา สถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 3 จ.ชลบุรี และสถานีสื่อสารโทรคมเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนั้นสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 5 ยังใช้เป็นที่ตั้งของอุปกรณ์โทรคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายใยแก้วนำแสง บนบกและโครงข่ายใยแก้วนำแสงใต้น้ำด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาค (ASEAN Digital Hub)

การดำเนินโครงการ ASEAN Digital Hub จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายใยแก้วนำแสงบนบก และโครงข่ายใยแก้วนำแสงใต้น้ำ ของสถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 5 จ.ชุมพร ให้เพิ่มมากขึ้นจาก 200 Gbps เป็นกว่า 800 Gbps โดยความจุของโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั้งบนบกและใต้น้ำที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว จะเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ของประเทศไทยให้มีโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างประเทศ ที่มีความจุเพียงพอรองรับความต้องการของประเทศไทยและของประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างประเทศของไทย สามารถแข่งขันได้กับประเทศ เพื่อนบ้าน และทำให้ค่าบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับประชาชนถูกลง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการเข้ามาลงทุนของ ผู้ประกอบกิจการให้บริการด้านเนื้อหา (Content Provider) ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ต หรือศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) ต่อไป

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด