Home | News (SMEs News)
‘Technology Digital’ (เทคโนโลยีดิจิทัล) กระตุ้นเศรษฐกิจโลกด้วย Natural Beauty Digital Marketing ติดปีกแรงต่อเนื่อง
เขียนโดย Admin เมื่อ 16 มกราคม 2562 เวลา 11:22:36 น. | ผู้เข้าชม 923 ครั้ง

‘Technology Digital’ (เทคโนโลยีดิจิทัล) กระตุ้นเศรษฐกิจโลกด้วย Natural Beauty
Digital Marketing ติดปีกแรงต่อเนื่อง เทรนด์ธุรกิจ SMEs ปี 2562


    ไม่มีสื่อช่องทางใดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ได้ด้วยราคาที่ถูกอีกต่อไป ในปี 2562 นี้จะเป็นปีที่เข้าสู่สมดุลของการใช้สื่อ Offline และ Online อย่างเหมาะสมมากขึ้น จากข้อมูลการเติบโตของสื่อทั้งจากสมาคมมีเดียเอเจนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย รวมไปถึงสมาคมโฆษณาดิจิทัลแห่งประเทศไทยชี้ตรงกันว่าสื่อดิจิทัลโตต่อเนื่องที่ 20% ทุกปี อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงการรับสื่อคอนเทนต์ประเภทการอ่านที่เปลี่ยนมาเป็นดิจิทัลแบบเต็มตัว

   

  คุณลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดี


กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า “ในปี 2562 Technology Digital มาแรงอย่างแน่นอน เพราะเศรษฐกิจยุคใหม่คือรอไม่ได้ อะไรที่สะดวก รวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลา ต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ในทุกโอกาสให้เกิดความท้าทาย ส่วนภาครัฐเราก็นำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในเรื่องของการตอบโจทย์และปัญหาให้กับทุกธุรกิจ ภาครัฐนำอาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบุคคลทั่วไปให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด อาทิ การนำเอาแอพพลิเคชั่นมาซัพพอร์ต โดยที่ประชาชนไม่ต้องยื่นบัตรประชาชน ซึ่งภาครัฐนำเอาเทคโนโลยีตรงนี้เข้ามาช่วยเหลือตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภค”

    “ส่วนทางภาคเอกชนมีการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ เช่น การเปิดตัวสินค้าหรืองานต่างๆ มีความจำเป็นที่ต้องเรียนรู้และอัพเดทเทรนด์ใหม่ของการทำสื่อดิจิทัลให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งภาครัฐเองก็มีโครงการอบรมสัมมนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ SMEs ได้เข้ามาเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง เทรนด์ทั่วโลกเปลี่ยนไปโดยเฉพาะทางด้านธุรกิจที่ต้องมีสื่อดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหารหรือการทำงานในรูปแบบต่างๆ เครื่องมือที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ และในอนาคต สำหรับคนที่ต้องการ Start Up ธุรกิจ อยากมีธุรกิจเป็นของตนเองก็ต้องปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเสพย์สื่อดิจิทัลอย่างจริงจัง แล้วนำมาประยุกต์ให้เข้ากับธุรกิจของตนเอง เท่านี้ธุรกิจของ SMEs ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว”

 



    “นอกจากนี้ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังสนับสนุนการลงทุนธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อย่างโครงการแฟรนไชส์สร้างอาชีพ การเลือกแฟรนไชส์ก็ต้องเลือกให้ดีเพราะแฟรนไชส์มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หากอยากเป็นเจ้าของธุรกิจแต่กระบวนการ How to ไม่ทราบมาก่อนเลย มีเงินลงทุน แฟรนไชส์ถือว่าเป็นตัวเลือกการลงทุนที่มี How to ชัดเจนและพร้อมที่จะผู้ลงทุนไปยังเป้าหมายที่วางไว้อย่างดีที่สุด นอกจากนี้ปัจจุบันเรื่องของการค้าออนไลน์ ควรนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดจะนำธุรกิจ SMEs ไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ”
 


    “การทำธุรกิจโดยใช้ช่องทางออฟไลน์เพียงอย่างเดียวแบบในอดีตไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เชื่อว่าหลายๆ ธุรกิจกำลังหาในการปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัล ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่ประชาชน คนธรรมดาทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า รวมไปถึง SME เป็นต้น ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจเหล่านี้เริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Digital Marketing และนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับธุรกิจของตัวเอง เพื่อสร้างโอกาสในการขายในยุคที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป”


    “ธุรกิจ SMEs ที่เน้นการขายของออนไลน์จะต้องให้ความสำคัญกับการโพสต์รูปสินค้า ถ้ารูปสินค้าดูดี โอกาสที่ลูกค้าจะซื้อสินค้าก็เพิ่มมากขึ้น แต่เอาเป็นว่ารูปสินค้าที่ดีย่อมดึงดูดใจคนให้หยุดดูมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ปัจจุบันสมาร์ทโฟนได้พัฒนาตัวเองจนแทนที่อุปกรณ์หลายอย่างในชีวิตประจำวันแทนกล้องถ่ายรูปได้เช่นกัน เดี๋ยวนี้ใช้แค่มือถือก็ถ่ายภาพสินค้าได้อย่างคมชัด แถมยังมีแอพตกแต่งภาพให้เลือกโหลดกันมากมาย สำหรับธุรกิจ SMEs ในการทำการตลาดและการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากความล้ำหน้าของเทคโนโลยีบนโลกออนไลน์ เพื่อสร้างจุดขาย ดึงดูด และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย”



     “ไม่เพียงเท่านั้นการปรับตัวสู่ดิจิทัลยังส่งผลให้เกิดการพัฒนารูปแบบการสื่อสารทางการตลาด การสร้างคุณค่าเฉพาะตัวของธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด ทั้งรายย่อยและ
รายใหญ่ได้อีกด้วย สาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากแบรนด์หลายๆ แบรนด์ปรับตัวและปรับกลยุทธ์การสื่อสารทางดิจิทัลกันมาสักระยะหนึ่ง จนเจอจุดสมดุลของการวางแผนการตลาดให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย”



    “ขณะที่แนวโน้มในปี 2562 - 2566 พฤติกรรมผู้บริโภคและตลาดความงามจะเริ่มเปลี่ยนไปจากการให้ความสนใจเรื่อง Wellness ไปสู่ Holistic Health หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เนื่องจากตลาดทั่วโลกกำลังเข้าสู่เทรนด์ผู้สูงอายุมากขึ้น นำเสนอความเป็นธรรมชาติเพิ่มขึ้น การผสมผสานระหว่างสินค้าความงามกับเทคโนโลยีโดยใช้เทคโนโลยีด้าน AI และ Big Data เข้ามาประมวลผลเพื่อใช้ออกแบบสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้าเฉพาะบุคคลมากขึ้น”

    “นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือ ‘ตลาดจีน’ กลุ่มผู้บริโภคจีนเชื่อว่า การซื้อหรือใช้สินค้าสกินแคร์เป็นเครื่องบ่งบอกถึงสถานะทางสังคม สาเหตุการเติบโตยังมาจากผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าความงามในประเทศจีน ได้ยกระดับคุณภาพการผลิตมากขึ้นจากการเป็น Domestic Brand จะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ International Standard มากขึ้นด้วย”

• แนะนำธุรกิจน่าลงทุน
ธุรกิจน่าลงทุนทั้งหมด