นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวร่วมกับกรมชลประทาน กำหนดแผนจัดระบบการปลูกข้าวปี 2555 ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและภาคเหนือตอนล่าง 11 จังหวัด โดยแบ่งตามพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลประทาน 16 โครงการ ขนาดพื้นที่ 1,500,000 ไร่ จากพื้นที่ปลูกข้าวในลุ่มน้ำเจ้าพระยารวมประมาณ 9,000,000 ไร่ โดยกำหนดให้ทุกพื้นที่จะต้องเก็บเกี่ยวข้าวให้เสร็จสิ้นไม่เกินปลายเดือนส.ค.นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกน้ำท่วม

"ในโครงการจัดระบบปลูกข้าว ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกรูปแบบการเพาะปลูกได้ 1 ระบบ จากทั้งหมด 4 ระบบ ตามที่กรมการข้าวและกรมชลประทานเป็นผู้กำหนดให้ โดยระบบที่ 1 กำหนดให้ปลูกข้าวนาปรัง ตามด้วยข้าวนาปี และพักนาโดยปลูกพืชหลังนา ได้แก่ ถั่วเขียวเพื่อเสริมรายได้ เพราะปี 2554 มีราคาดีมาก หรือพืชปุ๋ยสด ระบบที่ 2 คือเริ่มปลูกข้าวนาปรัง ตามด้วยข้าวนาปี แล้วงดเว้นการปลูกพืชใดๆ เลยเพื่อหนีน้ำ รูปแบบที่ 3 คือ ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้นพักนาโดยการปลูกพืชหลังนาหรือพืชปุ๋ยสด แล้วจึงค่อยเริ่มปลูกข้าวนาปี และรูปแบบที่ 4 คือเริ่มปลูกข้าวนาปรัง ตามด้วยข้าวนาปีที่เป็นข้าวพันธุ์น้ำลึก หรือข้าวฟางลอยที่ทนน้ำท่วมได้ โดยระบบการปลูกข้าวทั้ง 4 แบบเหล่านี้เป็นไปตามแผนการส่งน้ำของกรมชลประทาน ในปี 2555" นายชัยฤทธิ์กล่าว
นายชัยฤทธิ์ กล่าวว่าสำหรับโครงการจัดระบบการปลูกข้าว คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2554 มีมติให้เริ่มดำเนินโครงการได้ตั้งแต่ปี 2554-2557 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี เพราะในขณะนั้นมีปัญหาเรื่องศัตรูพืชในนาข้าวระบาดมากจนข้าวเสียหายไปประมาณ 2 ล้านไร่ แต่เนื่องจากปี 2554 มีการเบิกจ่ายงบประมาณให้โครงการนี้ล่าช้า และเกิดน้ำท่วม การดำเนินโครงการจึงไม่ทันกับระยะเวลาการเพาะปลูกข้าวของชาวนา
ทั้งนี้ หากการดำเนินงานครั้งนี้ได้ผลสำเร็จเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวต่อไร่ได้อีกประมาณ 20% ขณะที่การจัดสรรน้ำทำได้ง่ายขึ้น และกรมการข้าวจะขยายผลในปี 2556-2557 ในพื้นที่ชลประทานในลุ่มน้ำภาคกลางทั้งหมด เพราะ ปี 2554 นาข้าวที่ถูกน้ำท่วมรวม 10 ล้านไร่ อยู่ในทุ่งเจ้าพระยาเป็นส่วนใหญ่
รายงานข่าวจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) คาดว่าผลผลิตข้าวปี 2554 ทั่วโลกเท่ากับ 721 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 21.4 ล้านตัน หรือ 3% จากปี 2553 ส่วนในปี 2554 สถิติการค้าข้าวทั่วโลกอยู่ที่ 34.5 ล้านตัน คาดว่าในปี 2555 การค้าข้าวทั่วโลกจะลดลง 1 ล้านตัน หรือ 5% เหลือ 32.8 ล้านตัน เนื่องจากความต้องการในประเทศนำเข้าข้าวส่วนใหญ่ลดลง โดยประเทศที่นำเข้าข้าวลดลงในปี 2555 ได้แก่ บังกลาเทศ อินโดนีเซีย เนปาล ไนจีเรีย และฟิลิปปินส์ ส่วนในไทยการขยายเวลาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกคาดว่าจะส่งผลให้ราคาข้าวส่งออกเพิ่มขึ้น ดังนั้นไทยอาจประสบปัญหาเนื่องจากประเทศผู้นำเข้าอาจซื้อข้าวราคาถูกจากคู่แข่ง
ที่มา : ข่าวสดรายวัน วันที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7738